เมนูเว็บไซต์
ข่าวรายวัน : ตร.ตั้งข้อหาจับ ม็อบ คดีเลือด ปาใส่บ้าน-บุกปชป.

เบา เครื่อง – ม็อบเสื้อแดงปักหลักชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถ.ราชดำเนิน ฟังการปราศรัยบนเวที โดยแกนนำประกาศพักรบชั่วคราว 2 วัน ให้ผู้ชุมนุมบางส่วนกลับไปพักผ่อน และนัดระดมพลอีกครั้งวันที่ 20 มี.ค.นี้

มาร์คฉุนโดนม็อบแดงปาถุงเลือดใส่บ้านพัก สั่งดำเนินคดีม็อบเพราะทำผิดกฎ หมาย เตรียมแจ้งจับแกนนำที่พูดว่าจะเอาเลือดหัวไปล้างเท้าเพราะเข้าข่ายข่มขู่คุก คาม กก.สิทธิ์รับลูกระบุม็อบละเมิดสิทธิ์คุกคามประชาชน ตร.เร่งสอบเอาผิดม็อบปาถุงเลือดเข้าบ้านมาร์ค ชี้โทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 1 พันบาท อริสมันต์ก็มีสิทธิ์โดนอีกกระทงคดีข่มขู่ ด้านแกนนำนปช.มีมติเคลื่อนพลครั้งใหญ่ 21 มี.ค.นี้ จะรณรงค์ไปทั่วกรุงเทพฯ เรียกร้องให้คนกรุงออกมาขับไล่มาร์ค ประกาศตามราวีนายกฯ ไปทุกที่ มั่นใจแค่ 4 วันนายกฯ อยู่ไม่ได้แน่ ฉุนปชป.กล่าวหาว่าม็อบใช้เลือดควายไปราดที่ทำการพรรค โวยกลับคนในบ้านนายกฯ ใช้โซดาไฟสาดม็อบต้องโดนข้อหาพยายามฆ่าด้วย ตร. แถลงเช็กแล้วไม่มีแผนลอบสังหาร ลงโทษกักยามตร.ที่ขึ้นเวทีนปช. แม้วโฟนอินอีกรอบฉะกก.สิทธิ์จับมือมาร์คร่วมแถลงในค่ายทหาร แสดงให้เห็นว่าไม่มีความเป็นกลาง

-ม็อบแดงชุมนุมช่วงเช้าบางตา

ความเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิป ไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)แดงทั้งแผ่นดิน บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดคืนวันที่ 17 มี.ค.เป็นไปอย่างเรียบร้อย ท่ามกลางกระแสข่าวจะเกิดเหตุรุนแรงหรือมีการก่อวินาศ กรรม อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการชุมนุมในวันที่ 5 ช่วงเช้ามีผู้ชุมนุมบางตากว่าทุกวัน รถยนต์ส่วนบุคคล แท็กซี่ สาม ล้อ จักรยานยนต์วิ่งเข้า-ออกพื้นที่การชุมนุมผ่านหน้าเวทีปราศรัยสะพานผ่านฟ้า ได้อย่างสะดวก ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ปักหลักหลบร้อนตามเต็นท์ต่างๆ บริเวณถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลรายงานว่ามีผู้ชุมนุมเหลืออยู่เพียง 12,000 คน ขณะเดียวกันบริเวณเวทีปราศรัยมีการเพิ่มการ์ดรักษาความปลอดภัยที่พักของแกน นำ นปช. ด้านหลังเวทีเป็นจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัด

ในช่วงเช้ามืด นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. ขึ้นเวทีปราศรัยบอกผู้ชุมนุมให้เตรียมพร้อมเดินทางไปพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ที่รัฐสภา หากมีรายงานว่านาย อภิสิทธิ์เดินทางมาประชุม แต่ขอให้ผู้ชุมนุมใจเย็นๆ เพราะได้ส่งคนไปเฝ้าดูอยู่ที่หน้ารัฐสภาแล้ว เพื่อส่งสัญญาณมายังเวที และขอให้ดูวันศุกร์ วันเสาร์ พี่น้องจะมาเติมเต็มการชุมนุมมหาศาล เพื่อนำไปสู่ชัยชนะของประชาธิปไตย

-ผู้ชุมนุมเริ่มป่วยไข้หวัดอื้อ

ขณะที่นายอดิศร เพียงเกษ ปราศรัยว่า ต่อไปนี้อย่าหวังว่านายอภิสิทธิ์จะได้ทำงานในทำเนียบรัฐบาลอีกเลย รวมถึงรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลอย่าหวังเข้าไปทำงานที่ทำเนียบเช่นกัน และถ้ารัฐบาลนี้ปิดสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชลแนลเมื่อไหร่รับรองบ้านเมืองลุก เป็นไฟ ที่พูดไม่ได้ขู่แต่พูดจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชุมนุมหลายคนป่วยเป็นไข้หวัด ทำให้วันนี้ที่เต็นท์พยาบาลมีผู้ชุมนุมไปขอยาแก้ไข้ ยาแก้ปวดเมื่อย เนื่องจากเจอสภาพอากาศที่ร้อนจัดมาหลายวัน และเมื่อวันที่ 17 มี.ค.มีฝนตกลงมาทำให้หลายคนเปียกฝนเป็นไข้หวัด ส่วนบนเวทีปราศรัยยังคงมีแกนนำหมุนเวียนกันขึ้นเวทีสลับกับการแสดงดนตรี

-พท.เตรียมขึ้นเวทีแฉคอร์รัปชั่น

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายณัฐวุฒิแถลงว่า การชุมนุมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อรองรับการชุม นุมแบบยืดเยื้อ เบื้องต้นจะปรับรูปแบบรายการปราศรัยบน เวที ในช่วงเช้าจะให้แกนนำเสื้อแดงแต่ละภูมิภาคขึ้นแสดงจุดยืนสลับกับการแสดง ดนตรีจากนายวิสา คัญทัพ และเพื่อน ศิลปินเสื้อแดง จากนั้นเวลา 17.00-18.30 น.จะเป็นเวลาของส.ส.พรรคเพื่อไทยขึ้นมานำเสนอข้อมูลการทุจริตคอร์รัป ชั่นของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ พร้อมแสดงจุดยืนทางการเมือง

ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยากให้ปรับลดพื้นที่การชุมนุมให้เล็กลงนั้น นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ที่ประชุม นปช.เห็นว่าการปรับคงเป็นไปตามสถานการณ์ เพื่อดูแลผู้ชุมนุมอย่างดีที่สุดทั้งเรื่องความปลอดภัย ห้องน้ำ อาหารการกิน และจุดรักษาพยาบาล ให้เป็นสัดส่วนและเพียงพอกับความต้องการ ส่วนเงินทุนนั้นไม่ต้องห่วง มีผู้มา บริจาคสนับสนุนตลอด ชุมนุมยืดเยื้อได้สบาย จนกว่ารัฐบาลจะประกาศยุบสภา

-ประกาศตามราวีมาร์คทุกที่

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า นอกจากนี้จะประชุมสมัชชาคนเสื้อแดงของแต่ละภูมิภาคเพื่อปรับยุทธวิธีชุมนุม ยืดเยื้อด้วยสันติวิธี ให้แกนนำกลุ่มภูมิภาคไปทำความเข้าใจกับประชาชนให้อดทน อาจสับเปลี่ยนกำลังคนที่มาชุมนุม เบื้องต้นกำหนดไว้ 2 ยุทธวิธีใหญ่ คือ กรณีต้องเคลื่อนไหวเช็กบิลปิดเกมรัฐบาล ต้องสามารถระดมคนได้ทันที ส่วนกรณีชุมนุมยืดเยื้อเพื่อควบคุมสถานการณ์นั้น ต้องพร้อมอย่างอดทนและจัดรณรงค์เชิญชวนพี่น้องใน กทม.มาร่วมชุมนุมมากขึ้น เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และหากมีข้อมูลว่านายอภิสิทธิ์จะเดินทางไปที่ไหนคนเสื้อแดงต้องพร้อมชุมนุม เรียกร้องการยุบสภาต่อหน้านายอภิสิทธิ์ได้ตลอดเวลา

“หากวันนี้นายอภิสิทธิ์ไปประชุมสภาหรือเข้าไปทำงานที่ทำเนียบ คนเสื้อแดงจะระดมพลไปหาทันทีเพื่อเรียกร้องให้ยุบสภา และไม่ว่านายอภิสิทธิ์จะไปที่ไหนจะตามไปทุกที่ถ้าเรารู้ เพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์รู้ตัวว่าไม่สามารถบริหารราชการ แผ่นดินได้แล้ว สิ้นภาวการณ์ผู้นำประเทศและอีกไม่กี่วันนี้ นปช.จะกำหนดวันดีเดย์ชุมนุมใหญ่อีกครั้ง” นายณัฐวุฒิกล่าว

-จตุพรจวกเสธ.แดง-สุรชัย

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ รองประธานนปช. กล่าวถึงพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง และนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม เรียกร้องให้เปลี่ยนตัวแกนนำ นปช.ว่า ขอร้องเสธ.แดงอย่าทำตัวเป็นคนปัญญา อ่อน เสี้ยมให้พวกเราระแวงและแตกกัน บอกเลยพวกเรายังเหมือนเดิม โดยเฉพาะนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และนาย อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เป็นเพื่อนกับตนและนายณัฐวุฒิมานานกว่า 20 ปี ล่าสุดนายสุภรณ์เตรียมฟ้องดำเนินคดีกับพล.ต.ขัตติยะแล้ว ซึ่ง นปช.จะยึดแนวทางสันติวิธีขับเคลื่อนมวลชนจนกว่าจะประสบความสำเร็จ ถึงต้องใช้เวลาบ้างแต่ต้องรอคอยด้วยความอดทนและอดกลั้น

“อยากให้เสธ.แดงไปหาหมอบ้าง เพราะเดี๋ยวนี้ชักเลอะ เทอะใหญ่ เอาชื่อพ.ต.ท.ทักษิณมาอ้าง ทั้งที่ไม่รู้ด้วย ทั้งนี้ นปช. จะไม่ห้ามเสธ.แดงเข้าพื้นที่ชุมนุม แต่หากมาสร้างความวุ่นวายหรือปลุกปั่นให้ผู้ชุมนุมสับสนและหันไปใช้ความ รุนแรง นปช.จะมีมาตรการจัดการต่อไป เบื้องต้นจะจัดคนติด ตามดูพฤติกรรมเสธ.แดงตลอดเวลาที่เข้ามาในพื้นที่ เราไม่เคยร่วมสังฆกรรมกับเสธ.แดง ส่วนนายสุรชัยนั้นแยกจากกันมาตั้งแต่เรื่องถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ยุ่งกันมานานแล้ว แต่พอตั้งเวทีที่สนามหลวงไม่มีคนฟังก็หนีไปนครศรีธรรมราช แล้วมาบอกว่าเสื้อแดงแตกแยก ดึงนายจักรภพ เพ็ญแข ให้เสียผู้เสียคน” นายจตุพรกล่าว

-ฉะเทือกกุข่าวลอบสังหาร

นายจตุพรกล่าวถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ปล่อยข่าวสหรัฐดักฟังโทรศัพท์พ.ต.ท.ทักษิณว่า ขอให้ นายสุเทพแสดงความรับผิดชอบที่กุข่าว เพราะเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐระบุไม่รู้เรื่องด้วย แต่ไม่แสดงความรับผิดชอบแถมยังปล่อยข่าวมีทีมสังหารไล่ฆ่านายกฯ 5-6 ทีม ถ้าเป็นอย่างนี้จริงนายอภิสิทธิ์จะบริหารประเทศต่อไปได้อย่างไร หุ้นคงตกและต่างชาติไม่เข้ามาลงทุน เศรษฐกิจพังไปแล้ว นับตั้งแต่คนเสื้อแดงชุมนุมขับไล่รัฐบาลมาจนถึงวันนี้ดัชนีหุ้นมีแต่พุ่งสูง ขึ้น แสดงให้เห็นว่าคนเสื้อแดงใช้สันติวิธีจริง และนับวันจะมีแนวร่วมมากขึ้น

“เห็นได้ว่าขณะนี้รัฐบาลมีเด็กเลี้ยงแกะชื่อสุเทพที่ชอบ กุข่าวรายวัน เป็นมะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก กุข่าวดิสเครดิต ปลุกปั่นสร้างสถานการณ์รายวันโยนใส่คนเสื้อแดง ล่าสุดบอกว่ามีนักธุรกิจ ชื่อย่อนาย ส. นาย ป. และนาย พ. เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับ นปช.นั้น ขอท้าว่าถ้ามีหลักฐานขอให้แสดงออกมา ผมพร้อมจะเอาชีวิตแลกชีวิตของนายสุเทพด้วยกระสุนปืนคนละนัด นายสุเทพกล้าจะเอาชีวิตเป็นเดิมพันหรือไม่” นายจตุพรกล่าว

-ฉุนปชป.หาว่าใช้เลือดควาย

นายจตุพรกล่าวถึงส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ระบุเลือดคนเสื้อแดงที่ไปราดที่ ทำเนียบรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ และบ้านนายอภิสิทธิ์ เป็นเลือดวัวเลือดควายว่า ดูถูกคนเสื้อแดง เหยียบย่ำหัวใจประชาธิปไตยของผู้ที่สละเลือดเนื้อ ยิ่งทำให้ผู้คนโกรธแค้นและมารวมตัวกับคนเสื้อแดงมากขึ้น ขอเตือน พรรคประชาธิปัตย์ว่าส.ส.ควรหยุดพูดบ้าง อย่ามายั่วยุกันด้วย คำพูดดูถูกดูแคลน ไม่เช่นนั้นรัฐบาลอาจจบเร็วก่อนกำหนด

นายจตุพรกล่าวว่า แม้ นปช.จะปรับแผนชุมนุมจากการเผด็จศึกรัฐบาลใน 4-7 วัน เป็นการชุมนุมยืดเยื้ออย่างไม่มีกำหนด แต่มั่นใจว่าจะควบคุมการชุมนุมให้อยู่ในแนวทางสันติวิธีได้ ส่วนเหตุการณ์ที่บ้านนายอภิสิทธิ์ที่มีคนเสื้อแดงขว้างปาถุงเลือดเข้าไปนั้น ถือเป็นการตอบโต้ที่สมน้ำสมเนื้อ เพราะนายอภิสิทธิ์ไม่สามารถควบคุมคนในบ้านตนเองได้ ปล่อยให้ฉีดโซดาไฟใส่คนเสื้อแดงก่อน ถ้าจะจับกุมหรือฟ้องร้องคนเสื้อแดงที่ขว้างปาคนเสื้อแดงยินดีรับผิดชอบใน สิ่งที่กระทำ แต่ต้องดำเนินคดีกับคนในบ้านของนายอภิสิทธิ์ที่ฉีดโซดาไฟใส่คนเสื้อแดงเช่น กัน

-ศอ.รส.ถกคดีม็อบปาถุงเลือด

เวลา 09.00 น. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอ.รส. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว. กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และพล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร. เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งนายอภิสิทธิ์หยิบยกสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคลื่อนไหว ปิดล้อมบ้านนายกฯ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. โดยเฉพาะการนำถุงเลือดปาใส่บ้านพัก ซอยสุขุมวิท 31 มาหารือ

หลังการประชุม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว. กลาโหม กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเขาดูแลอยู่ ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของทหารตำรวจที่มีการตั้งจุดตรวจ และเฝ้าระวังตามสถานที่ราชการต่างๆ รวมถึงบ้านพักบุคคลสำคัญที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตนพอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา ศอ.รส. ประเมินสถานการณ์ยังไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนการปฏิบัติงานในการดูแลความ เรียบร้อย เนื่องจากที่ผ่านมา ศอ.รส.ได้มีการปรับเปลี่ยนด้วยการเพิ่มจุดตรวจ สายตรวจ และดูแลบ้านพักคนสำคัญ และสถานที่ราชการสำคัญก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมศอ.รส.ไม่ได้หยิบยกกรณีกลุ่มเสื้อแดงจะเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมไปยัง สถานที่ต่างๆ ในวันเสาร์ที่ 20 มี.ค. แต่ศอ.รส.จะติดตามว่าผู้ชุมนุมจะดำเนินการอย่าง ไรต่อไป

-กก.สิทธิ์-มาร์คร่วมแถลง

เวลา 10.00 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นำโดยนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ น.พ.ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ เข้าพบนายกฯ เพื่อนำข้อเสนอของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงมามอบให้พิจารณา มีประเด็นเรื่องการยุบสภา และการเจรจาระหว่างกัน พร้อมมอบ กระเช้าดอกกุหลาบสีขาวให้นายกฯ เป็นสัญลักษณ์ ของสันติภาพ หลังจากเมื่อ 2 สัปดาห์ ก่อนมอบกุหลาบขาวให้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงไปแล้ว

เวลา 12.20 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเคย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิ การนายกรัฐมนตรี ประธานคณะทำงานประสาน งานกลุ่มผู้ชุมนุม และตัวแทนของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนฯ ร่วมกันแถลงข่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมตลอดเวลาในการเชื่อมต่อประสานงานเพื่อปรึกษาหารือในกรณีที่มีข้อ ห่วงใยว่าจะเกิดความตึง เครียดหรือความไม่เข้าใจ ความสุ่มเสี่ยงต่อเหตุ การณ์ความรุนแรง เป็นแนวทางที่รัฐบาลยืนยันที่จะปฏิบัติต่อไป รวมทั้งขั้นตอนการตัดสินใจการใช้กฎหมายพิเศษ และการปฏิบัติตามกฎ หมายพิเศษ หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่มีหลายจุดที่เป็นความห่วงใยของรัฐบาล ประการแรกคือการเคลื่อนไหวในบางลักษณะ เช่น ปัญหาเรื่องการเจาะเลือด การเทเลือด การขว้างปา ถ้าพูดกันอย่างเคร่งครัดก็ต้องถือว่าไม่ถูกต้องตามกฎ หมายทั้งหมด แต่รัฐบาลก็จะดำเนินการในการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะที่จะไม่เพิ่มความตึง เครียด แต่จะรักษาหลักเอาไว้

-มาร์คร้องเรียนโดนบุกบ้านพัก

นายกฯ กล่าวว่า จะเห็นว่ารัฐบาลพยายามทุกวิถีทางที่จะแสดงออกถึงความยืดหยุ่น ความอดทน อดกลั้น แต่จะละเลยทั้งหมดคงไม่ได้ เช่น เรื่องการขว้างปา คงต้องดำเนินการตามปกติของกฎหมาย 2.เรื่องการปิดล้อมสถานที่ต่างๆ การปิดล้อมขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของราชการและรัฐบาล มีคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลางอยู่แล้ว การกระทำในลักษณะดังกล่าวถือ ว่าไม่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญตามคำวินิจฉัยของศาล

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเด็นเพิ่มเติมซึ่งบังเอิญเกิดขึ้นกับตัวของตน คือบ้านพักอาศัยส่วนตัว ตนต้องขอใช้สิทธิ์ในฐานะของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิฯ ที่สำคัญสถานที่ส่วนบุคคลหรือเอกชนทั้งหมดต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิเช่น กัน ได้ร้องขอกรรมการสิทธิฯ ช่วยพิจารณาในประเด็น นี้ด้วย เพราะหลายคนถ่ายทอดความรู้สึกมาที่ตน แต่คงไม่มีใครรู้สึกเท่ากับคนที่อาศัยอยู่ในบ้าน หรือเป็นเจ้าของบ้าน ตนเข้าใจดี มีทั้งที่โกรธเคืองและมีทั้งการแสดงความเห็นใจเข้ามา ไม่เอาเรื่องความรู้สึกมาเป็นหลักแต่อยากให้เราเคารพสิทธิ์ของกันและกัน มากกว่า

-ฉุนม็อบขู่เอาเลือดหัวล้างเท้า

นายกฯ กล่าวว่า ในการชุมนุมทราบดีว่า การปลุกเร้าเพื่อดึงผู้ชุมนุมให้อยู่ในอารมณ์ร่วมนั้นเป็นธรรมชาติ แม้จะไม่สนับสนุนการด่าทอด้วยคำพูดที่หยาบคายแต่ก็พอเข้าใจได้และยืดหยุ่นใน การรับกับสิ่งเหล่านี้ได้พอสมควร แต่สิ่งสำคัญกว่าถ้อยคำที่หยาบคายคือถ้อยคำที่ไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากเป็นการข่มขู่คุกคาม หรือการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ไม่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวอยู่ในความสันติและสงบได้ อย่างคำพูดที่บอกว่า “ดีที่นายอภิสิทธิ์ ไม่อยู่ในบ้าน ถ้าอยู่ในบ้านก็จะเอาเลือดจากศีรษะนายอภิสิทธิ์ มาล้างเท้า” ไม่ต้องเป็นตน เป็นชื่อใครก็ไม่อาจตีความว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบ โดยสันติ เป็นตัวอย่างที่คิดว่าในส่วนของผู้เสียหายสามารถใช้สิทธิ์ตามกฎหมายได้

นายกฯ กล่าวว่า ถ้าหากทุกฝ่ายเคารพและชุมนุมในกรอบ โดยที่แกนนำกลุ่มหนึ่ง คือนายวีระ มุสิกพงศ์ น.พ.เหวง โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ได้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรรมการสิทธิ์ฯ ที่นำมาถ่ายทอดให้ทราบเกี่ยวกับเรื่องการเจรจาที่ไม่ใช่แค่การประสานงาน ตนก็ให้คำตอบไปว่าถ้าการเคลื่อนไหวการชุมนุมอยู่ในกติกาที่พูดมาทั้ง หมด รัฐบาลไม่ขัดข้องที่จะมีการพูดคุย เพราะประเด็นทางการเมืองรัฐบาลยอมรับกระบวนการการมีส่วนร่วม ต้องรับฟังทุกฝ่ายอยู่แล้ว จึงแจ้งประธานและคณะกรรมการสิทธิฯ ว่า สามารถนำคำตอบไปพูดคุยกับผู้ชุมนุมได้ แต่ชั้นนี้อย่าเพิ่งคาดคั้นว่ารูปแบบการพูดคุยต้องเป็นใครอย่างไร เพื่อประโยชน์ในการที่จะให้กระบวนการเกิดขึ้นได้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหาสำหรับคนทำงาน

-ยังอ้อมแอ้มเรื่องยุบสภา

“ผมมีความจริงใจในการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันด้วยเหตุผล แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขการชุมนุมที่อยู่ภายใต้กรอบกติกา ถ้าเป็นการชุมนุมนอกกติกาผมไม่อาจเข้าสู่กระบวนการพูดคุยได้ เพราะไม่อาจทำให้สังคมต้องอยู่ภายใต้หรือเดินตามการข่มขู่คุกคาม แต่ถ้าสังคมเห็นการมาของประชาชนจำนวนมากที่อยู่ในแนวของสันติ รัฐ บาลก็มีหน้าที่รับฟัง” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่ารูปแบบการเจรจาจะทำได้เมื่อไหร่ และหากพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีส่วนร่วมเจรจาจะหาข้อยุติได้หรือ อีกทั้งตอนนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมีหลายกลุ่ม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าเรื่องนี้ได้หยิบ ยกมาหารือกับกรรมการสิทธิฯ หลักการไม่ได้มุ่งที่ตัวบุคคล มุ่งที่ผลและสภาวการณ์ของสังคม ความหมายคือการพูดคุยกับทางรัฐบาลต้องอยู่ภายใต้ความเคลื่อนไหวที่สงบ แต่ถ้าการเคลื่อน ไหวไม่สงบเมื่อไหร่ทั้งสองฝ่ายต้องช่วยกันทำให้เหตุการณ์สงบแล้วจึงจะคุยกัน ต่อ ข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมวันนี้คือการขอคุย

นายกฯ กล่าวว่า เงื่อนไขของตนยังเป็นในหลักเดิมว่าการยุบสภาถ้าทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าเป็นคำ ตอบที่นำไปสู่ความสงบอย่างแท้จริง ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับทั้งเรื่องของกติกาที่จะใช้และความสงบในช่วงการจัดการ เลือกตั้ง การมีข้อยุติหลังการเลือกตั้ง ก็เป็นสิ่งที่สามารถจะทำให้เกิดกระบวนการความมั่นใจตรงนี้ได้ เพราะตนไม่เคยพูดว่าจะไม่มีวันยุบสภา พูดเพียงว่าข้อเรียกร้องยุบสภาและปัญหาจบนั้นต้องมานั่งคุยกัน เพราะมีคนจำนวนมากในสังคมเชื่อว่ายุบสภาแล้วปัญหาจะไม่จบด้วยหลายเหตุผล ถ้าสามารถวางแนวทางที่จะนำไปสู่จุดที่จะทำให้เหตุการณ์สงบได้รัฐบาลก็ยินดี

-พร้อมเจรจาแกนนำม็อบทุกคน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อเสนอต่างๆ ที่บอกว่า สามารถพูดคุยกันได้ล้วนเป็นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับส่วนรวม เช่น เรื่องการยุบสภา ซึ่งไม่เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ถ้าข้อเรียกร้องเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลก็คิดว่ารัฐ บาลไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดคุยด้วย เพราะมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ส่วนรวม สังคมก็จะได้เห็นว่าตกลงเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อส่วนรวมหรือส่วนบุคคล ตนไม่สนใจว่าเหตุผลในการเสนอให้มีการเจรจาจะทำด้วยแรงจูงใจอะไร หน้าที่ของตนคือถ้ามันสงบลงได้และถูกต้องกับหลักของบ้านเมืองตนก็ทำ วันนี้ต้องรอกรรมการสิทธิฯ ที่จะกลับไปพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่าการเจรจาจะคุยเฉพาะกับนายวีระ น.พ.เหวง และนายจรัล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ ใช่แกนนำทุกคนจะแดงสยาม แดงทุกแดง ตนพร้อมคุยด้วย เมื่อถามว่าถ้าเป็นพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือนายจักรภพ เพ็ญแข พร้อมคุยด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายจักรภพ คงไม่มา


ดู ธุรกิจ - ภาพจากเว็บไซต์ thaksinlive.com โชว์โรงแรมหรูริมชายหาดประเทศมอนเตเนโกร ที่พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ไปร่วมลงทุนและยังพาลูกๆ ไปพักอาศัยอยู่ โดยรัฐบาลมอนเตเนโกร มอบสัญชาติให้ด้วย

เมื่อถามถึงกรณีนปช. ประกาศชุมนุมยืดเยื้อและวันเสาร์ที่ 20 มี.ค. จะรณรงค์ทั่วกรุงเทพฯ นายกฯ กล่าวว่า ทุกฝ่ายในสังคมโล่งใจว่าหลายวันที่ผ่านมาไม่เกิดเหตุรุนแรง สิ่งที่กรรมการสิทธิฯ สื่อสารมายังตนคือทำอย่างไรที่จะรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ จากนั้นต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้เริ่มมีการพูดคุย รัฐบาลยืนยันว่าถ้ารักษาการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบได้รัฐบาลก็พร้อมคุย ขณะเดียวกันยังเดินหน้าประสานงานกับผู้ชุมนุมเพื่ออำนวยความสะดวกให้คน กรุงเทพฯ เดิมผู้ชุมนุมใช้พื้นที่จากลานพระบรมรูปทรงม้าจนถึงถนนราชดำเนินกลาง รัฐบาลจะขอให้คืนพื้นที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าเข้ามา เพราะงานกาชาดที่จะมีขึ้นในช่วงสิ้นเดือนมี.ค.จะได้เดินหน้า ส่วนการเคลื่อนไหวในวันเสาร์ที่ 20 มี.ค. รัฐบาลจะประสานขอแผนการเดินทางเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ใช้ เส้นทางการจราจร

-ปัดพูดเรื่องเข้าทำเนียบเมื่อไหร่

นายกฯ กล่าวว่า สัปดาห์นี้ที่ดูว่าไม่ค่อยปกติเพราะรัฐบาลไม่ต้องการสร้างเงื่อนไขให้เกิด ความตึงเครียดในช่วงเริ่มต้นการชุมนุม และมีความร้อนแรง แต่หลังจากนี้เมื่อมีกติกาและมีคนเชื่อมต่อก็จะสามารถนำทุกอย่างกลับสู่ภาวะ ปกติได้ การทำงานของรัฐบาลในสัปดาห์หน้าก็จะเข้าสู่ภาวะปกติกว่าในสัปดาห์นี้ เมื่อถามว่าสัปดาห์หน้านายกฯ จะเข้าทำงานที่ทำเนียบได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ต้องการสร้างเงื่อนไข และอย่าเพิ่งไปพูดอะไรล่วงหน้า ต้องเป็นไปทีละขั้นตอน เหตุและผลของสถาน การณ์ เรื่องที่มีความละเอียดอ่อนจะให้ไปตอบล่วงหน้าไม่ได้ ตนจะพิจารณาตามความเหมาะสม เพราะหน้าที่สำคัญของเราคือการรักษาความสงบและชีวิตของคนไทยทุกคนไม่ว่าจะ เป็นฝ่ายใดก็ตาม และต้องไม่เสียงาน ยืนยันว่าขณะนี้สามารถบริหารงานได้ตามปกติ

ผู้สื่อข่าวถามถึงการยื่นฟ้องกรณีคลิปเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กำลังเรียบเรียงคำฟ้องอยู่แต่จะฟ้องแน่นอน เพราะกรณีของคลิปเสียงศาลอาญาประทับรับฟ้องไปแล้ว อาจขอความคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้นำประเด็นดังกล่าวมาใช้อีก ครั้งนี้จะฟ้องเพิ่มเติมคือในส่วนของพล.ต.ท. ทักษิณ นายจตุพร และดูเพิ่มเติมจากการปรา ศรัยเมื่อคืนวันที่ 17 มี.ค. เนื่องจากมีถ้อยคำที่เป็นเท็จ หมิ่นประมาทชัดเจน

เมื่อถามว่าจะฟ้องร้องใครบ้างที่ไปเทเลือดและขว้างปาสิ่งของเข้าไปบ้านพัก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีหลักฐานอยู่ว่าใครขว้างเข้าไป ตนก็ขอใช้สิทธิ์ตรงนี้

-กก.สิทธิ์โวยม็อบข่มขู่คุกคาม

ด้านนางอมรา กล่าวว่า กรรมการสิทธิฯ ขอแสดงความชื่นชมรัฐบาลที่มีความอดทนในการดูแลสถานการณ์บ้านเมือง ให้เสรีภาพในการชุมนุม ใช้ความอดทนในการดูแลสถานการณ์ กลุ่มผู้ชุมนุมมีความกังวลและฝากมาบอกรัฐบาลว่า อยากมีพื้นที่ที่จะคุยกัน นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีหลายกลุ่มและวิธีการนำก็มีหลายรูปแบบ ไม่มีเอกภาพ เรื่องความปลอดภัยและความสงบทำให้การดูแลผู้ชุมนุมยากลำบาก การพบกับนายกฯ วันนี้ กรรมการสิทธิฯ ได้นำข้อเสนอเชิงข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุมมาพูดคุยกัน หลักคือจะชุมนุมโดยสงบและรัฐบาลจะดูแลความสงบเรียบร้อย รวมทั้งมีข้อตกลงเรื่องของการปิดล้อมสถานที่ โดยเฉพาะที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สถานที่ราชการ โรงพยา บาล สนามบิน สถานทูต และองค์กรสหประชา ชาติ รัฐบาลขอเพิ่มในประเด็นที่จะไม่ให้มีการปิดล้อมบ้านพักนายกฯ พรรคประชาธิ ปัตย์ หรือบ้านบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพราะเป็นการละเมิดสิทธิ์

นางอมรา กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่มีการประกาศใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน จะใช้ก็ต่อเมื่อกรณีจำเป็นแต่จะไม่ให้กระทบหลักสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน จะดำเนินการตามหลักสากล และคำวินิจฉัยของศาลปกครอง นอกจากนี้ รัฐบาลพร้อมเปิดเจรจาหากจะนำไปสู่ข้อยุติทางการเมืองและความสงบ โดยต้องเคารพกติกาด้วยกันทุกฝ่าย คณะกรรมการสิทธิฯ และรัฐบาลเห็นพ้องกันว่าการพูดหรือยั่วยุให้เกิดความรุนแรง การข่มขู่คุกคาม ส่งเสริมให้ผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ กรรมการสิทธิฯ จะพยายามทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มผู้ชุมนุมและฝ่ายต่างๆ ในสังคม และหวังว่าขบวนการเหล่านี้จะนำไปสู่สันติภาพในสังคมโดยเร็ว

ไม่จำเป็นต้องเจรจากับแม้ว

เมื่อถามว่ารูปแบบการเจรจาจะทำได้เมื่อไหร่ หากพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีส่วนร่วมการเจรจาจะสามารถหาข้อยุติได้หรือ นางอมรา กล่าวว่า การเจรจาเหมือนจะเริ่มแล้ว แต่เป็นกระบวน การที่ต้องใช้เวลา มีหลายขั้นตอน และคงไม่จำเป็นว่าสุดท้ายอดีตนายกฯ จะต้องเข้าสู่การเจรจา เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่จะเคลื่อนตัวไป จึงเป็นเรื่องที่วัดไม่ได้ ไม่มีสูตรสำเร็จ ต้องค่อยๆ พูดคุยกันแล้วสถานการณ์จะนำไปสู่ขั้นต่อไป กำหนดล่วงหน้าไม่ได้ อีกทั้งก็ไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมเจรจาด้วยหรือไม่ เบื้องต้นการเจรจาคงจะผ่านคณะกรรมการสิทธิฯ จะยังไม่มีการเจรจาโดยตรง อย่างไรก็ตามข้อเสนอของกลุ่มคนเสื้อแดงก็มีเรื่องการให้รัฐบาลยุบสภาด้วย ถ้ารัฐบาลไม่ยอมกลุ่มผู้ชุมนุมก็บอกว่าไม่ได้

นายชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิฯ กล่าวว่า นี่ถือเป็นก้าวแรก ยังไม่มีการ เตรียมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเจรจา เพราะเพิ่งทราบว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะเปิดพื้นที่ในการเจรจา จึงยังไม่ได้กำหนดรายละเอียดทั้งหมด ยังไม่มีกลไก วิธีการ แต่สิ่งที่ได้ข้อสรุปตรงกันคือทุกฝ่ายพร้อมเจรจา เป็นสัญญาณที่ดี กรรมการสิทธิฯ พร้อมเชื่อมให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยว ข้องมาคุยกัน การยั่วยุ ข่มขู่ คุกคาม ล้วนเป็น การละเมิดสิทธิ์ประชาชนทั้งสิ้น กรรมการจึงพยายามสื่อต่อสังคมว่าสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ความรุนแรงไม่ว่าจาก ฝ่ายใดที่เป็นคนทำ เมื่อถามว่าแสดงว่าหากเปิดการเจรจาแล้วผู้ชุมนุมต้องยุติการปราศรัย ข่มขู่ คุกคาม จึงเปิดพื้นที่เจรจาได้ นายชูชัย กล่าวว่า ใช่ นั่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าทำอยู่อย่างนี้จะเจรจาได้อย่างไร ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังมีการยั่วยุ คุกคามก็ยาก ทั้งสองฝ่ายพร้อมใช้คำว่าสันติวิธี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ ยกเลิกการเดินทางไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้าน ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ ในเวลา 09.00 น. คาดว่าการยกเลิกเป็นมาตรการในการรักษาความปลอดภัย

-ตร.จ่อหมายจับปาบ้านมาร์ค

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ขณะนี้บนถนนราชดำเนินยังชุมนุมอยู่แต่เบาบางลง กลุ่มผู้ชุมนุมมี 7,000-8,000 คน มีรถ 1,000 คัน ซึ่งผู้ชุมนุมจะมากขึ้นในเวลาเย็นก่อนเที่ยงคืน จากนั้นจะลดลงเป็นแบบนี้มา 2-3 วันแล้ว ซึ่งตำรวจจะเพิ่มสายตรวจเดินเท้าเพื่อสร้างความปลอดภัยของผู้ชุมนุมมากขึ้น และให้หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดจัดวงรอบๆ ส่วนเรื่องมือที่ 3 ตำรวจวางมาตรการเพิ่มจุดตรวจ สายตรวจมากขึ้น สำหรับจุดตรวจเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ไม่พบเหตุร้ายแรง พบเพียงการฝ่าฝืนพ.ร.บ.จราจร อาวุธมีดแค่ 1 ราย ยาเสพติดก็พบปกติ ส่วนจุดตรวจร่วมชั้นใน นอก กลาง ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ

โฆษกบช.น. กล่าวว่า ส่วนการขว้างสิ่งปฏิกูล ใส่บ้านนายกฯ สน.ทองหล่อกำลังรวบรวมหลักฐานซึ่งจะดำเนินการต่อไป ถือเป็นความผิดมาตรา 369 การขว้างปาสิ่งโสโครก เปรอะเปื้อน บุคคลหรือพื้นที่ มาตรา 397 การทำให้ผู้อื่นอับอายต่อหน้าที่สาธารณะ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งศาลจะลงโทษอย่างไรอยู่ที่ศาลพิจารณา อาจกักขังเช่น 2 ครั้งก่อนก็ได้

-เลือดปชป.ก็จะดำเนินคดีด้วย

เมื่อถามถึงข่าวลอบสังหารนายกฯ พล.ต.ต. ปิยะกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในแผนการดูแลบุคคลสำคัญอยู่แล้ว โดยตรวจเพิ่มในพื้นที่ชั้นกลางและให้ผู้บังคับบัญชาระดับสถานี และผู้บังคับ การไปตรวจสอบ รวมถึงให้ฝ่ายสืบสวนตรวจพื้นที่ขยายวงรวมถึงจุดที่เป็นวิถีโค้งต่างๆ ส่วนที่รัฐสภา มีกำลังตำรวจ ทหารดูแลอยู่แล้ว โดยกำลังของบช.น. 42 กองร้อย สามารถปรับจุดมาดูแลในพื้นที่ต่างๆ ได้ ซึ่งบช.ส.ได้เตือนให้ระวังบุคคลสำคัญเป็นพิเศษ ตำรวจก็ดูแลเต็มที่อยู่แล้ว ทั้งการดูแลบุคคลสำคัญ สถานที่สำคัญ คณะรัฐมนตรี องค์คณะต่างๆ ไม่ว่าศาลรัฐ ธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช. ตำรวจไม่ได้ทำหน้าที่หย่อนยานลง

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. เปิดเผยกรณีผู้ชุมนุมนำถุงเลือดปาใส่บ้านนายกฯ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าวให้ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 ตรวจสอบ โดยให้พนักงานสอบสวน บก.น.5 ซึ่งเป็นชุดเดิมจากที่เคยทำคดีปาอุจจาระทำคดีต่อ โดยได้ตรวจสอบภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ภาพวงจรปิดทั้งหมดเพื่อเป็นหลักฐานแล้ว เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ สั่งการให้พนักงานสอบสวน บก.น.2 ดูแล้ว โดยรอให้ผอ.พรรคตรวจสอบว่าจะแจ้งข้อหาบุกรุกหรือไม่ ซึ่งกรณีปาถุงเลือดมีพล.ต.ต.วิชัย ซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายเจรจา เป็นพยานบุคคลอยู่แล้ว คดีนี้ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน โดยการตรวจสอบจะจำแนกว่า ผู้สั่งการ ผู้ก่อเหตุเป็นใครบ้างจำนวนเท่าใด โดยกำลังตรวจสอบจากภาพทุกมุมกล้องที่เก็บได้ เรื่องนี้เป็นความผิดทางอาญา

-จ่อเอาผิด”อริสมันต์”คดีข่มขู่

พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า กรณีผู้นำคลิปเสียงที่ตัดต่อของนายกฯ มาเผยแพร่ซ้ำบนเวที ทั้งที่ตรวจสอบพบเป็นการตัดต่อนั้น ถือว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาท ทราบว่าทนายของนายกฯเตรียมแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ซึ่งต้องรวบรวมหลักฐานก่อนดำเนินการ โดยมีความผิดมาตรา 326 และ 328 จำคุก 2 ปี ปรับ 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะดูว่าใครพูดซ้ำกี่ครั้ง พูดกี่คนหรือต่างคนต่างทำ อย่างไรก็ตาม การชุมนุมครั้งนี้ถือว่าพูดจาอยู่ในกรอบกฎหมายมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่มีการพูดจาหมิ่นเหม่สถาบัน เป็น เพียงรายบุคคลเท่านั้นที่อาจมีความผิดคดีหมิ่น

พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า ส่วนนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำเสื้อแดง ที่ถูกถอนหมายจับข้อหายุยงปลุกปั่นนั้น แม้จะอ้างว่าจะเข้ามอบตัววันที่ 1 เม.ย. และหมายจับจากกองปราบปราม ยังไม่ส่งมาบช.น. แต่หากพบสามารถจับกุมได้ทันที หากรอจับกุมภายหลังก็ไม่มีปัญหา เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง

เมื่อถามว่านายอริสมันต์ พูดว่าหากนายกฯ อยู่บ้านเมื่อวานนี้จะเอาเลือดที่ศีรษะมาล้างเท้า พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า ไม่เข้าข่ายดูหมิ่น แต่เข้าข่ายข่มขู่ ซึ่งต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าจะมีผู้ใดมาแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ ก่อนดำเนินการต่อไป

-ชี้การจราจรไม่ถึงขั้นวิกฤต

พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. (ดูแลงานจราจร) เปิดเผยว่า การชุมนุมตั้งแต่วันที่ 12-15 มี.ค. พบว่า การจราจรในช่วงวันดัง กล่าวไหลลื่นดี เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ต่างหลีกเลี่ยงการชุมนุม แต่วันที่ 16-18 มี.ค. พบว่า การจราจรเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ บริเวณโดยรอบสถานที่ชุมนุมอาจติดขัดบ้างแต่ไม่มาก

“ส่วนที่กลุ่มเสื้อแดงจะดาวกระจายไปสถานที่ต่างๆ วันที่ 20 มี.ค. นั้นเป็นการรณรงค์ ไม่ ใช่การเคลื่อนพลไปเหมือนบ้านนายกฯ การจราจร คงไม่ติดขัดมากนัก หากประชาชนทราบว่าจะดาวกระจายไปจุดใดน่าจะหลีกเลี่ยงเส้นทาง แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา” รองผบช.น.กล่าว

เมื่อถามว่า การจัดงานกาชาดในต้นเดือนเม.ย.นี้มีการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมหรือยัง พล.ต.ต.ภาณุกล่าวว่า พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 จะเป็นผู้เจรจาในพื้นที่เพื่อขอพื้นผิวถนนเพื่อการจราจรและบางส่วนจะจัดงาน กา ชาด เชื่อว่าผลการเจรจาน่าจะเป็นไปได้ด้วยดี

-ศิริโชคโต้ลั่นข่าวพกเอ็ม-16

เวลา 12.00 น. ที่กรมทหารราบ 11 นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวชี้แจงถึงข่าวพกพาอาวุธปืนสงครามแบบ เอ็ม-16 ใส่รถเข้าไปยังหน่วย ร.11 รอ. ซึ่งเป็นบก.ศอ.รส. ว่า เป็นการให้ข่าวที่ไม่เป็นจริง ไม่ทราบไปเอาข่าวมาจากไหน ข้อเท็จจริงตนไม่ได้นำรถมาเลยและไม่ได้ออกไปไหน ยกเว้นติดตามนายกฯ ไปสถานที่ต่างๆ ที่ตนอยู่ใน ร.11 รอ. เพราะทำหน้าที่เป็นส่วนประสานงานส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ และปกติไม่ได้มีคนขับรถมา หากออกไปข้างนอกจะอาศัยรถของสำนักงานเลขาธิการนายกฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และไม่เคยกลับไปเที่ยงคืน เป็นการหาเรื่องดิสเครดิตกัน

เมื่อถามว่า เที่ยงคืนวันที่ 16 มี.ค. โดนเจ้าหน้าที่ทหารตรวจรถหรือไม่ นายศิริโชคกล่าวว่า ตนพักในนี้ ช่วงเที่ยงคืนไม่ได้ออกไปไหน เมื่อถามว่ามีการค้นเจออาวุธในรถหรือไม่ นายศิริโชคกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ ตนเป็นคนที่รักความสงบ ไม่เคยพกอาวุธปืนไปไหน ไม่เคยมีผู้ติดตาม ในข่าวระบุเมื่อตนเข้ามาแล้วถูกตรวจแล้วโทร.หานายกฯ โทร.หาผบ.ทบ. ไม่เป็นความจริง นายกฯ และผบ.ทบ.ไม่รู้เรื่อง ฉะนั้น เป็นข่าวยกเมฆ เที่ยงคืนวันนั้นตนอยู่ในบ้าน มีเพียงตอนเย็นที่ออกไปข้างนอก ช่วงหัวค่ำไม่ได้ออกไปไนอยู่ในบ้านตลอด เพิ่งรู้ข่าวเมื่อเช้านี้ ทุกคนก็รู้ว่าคนอย่างตนแม้แต่ปืนพกยังไม่มี จะมีปืนเอ็ม-16 ได้ไง

-มาร์คยันไม่ได้สวมเสื้อเกราะ

นายศิริโชคกล่าวว่า ข้อเท็จจริงคือไม่ได้กลับมาตอนเที่ยงคืน และไม่ได้เอารถส่วนตัว และไม่เคยมีอาวุธสงครามมาครอบครอง และตนไม่ค่อยได้ไปไหน ก่อนเที่ยงคืนก็ได้ออกไปเอาเสื้อผ้าและกลับมาประมาณทุ่มสองทุ่ม รถที่นำออกไปเคยออกไป 3 ครั้ง วันที่ 16 มี.ค. ที่นำรถออกไป น่าจะเป็นรถสตช. หากตนจะมีก็มีแต่เอ็ม-150 เวลาหมดแรง

เมื่อถามว่าขากลับเข้าหน่วยมีการตรวจรถหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า เข้ามาได้เลย เพราะเป็นรถสตช. ส่วนใครเป็นคนขับไม่ทราบ เพราะใครว่างก็ไป แต่วันนั้นยืนยันกลับมาตอนสองทุ่มกว่า เพราะบ้านตนอยู่ใกล้ ร.11 รอ. และนายกฯ เข้าใจ นายกฯ ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องนี้และไม่ได้พูดถึงเลย เพราะเป็นเรื่องที่ไม่มีสาระ เป็นปกติที่จะต้องมีคนเล่นงานคนที่อยู่รอบตัวนายกฯ เช่น นายกฯ ทักษิณ บอกว่าคนรอบตัวนายกฯ อภิสิทธิ์เป็นคนสีม่วง ตนต้องมานั่งอธิบายว่าเป็นคนสีม่วงหรือเปล่า และต้องถามว่าอดีตนายกฯ ทักษิณเอาข่าวนี้มาจากไหน นั่นเป็นลักษณะเดียวกัน ตนโดนโจมตีประจำอยู่แล้ว เราก็ยอมรับเวลาอยู่ใกล้ตัวนายกฯ ก็เป็นแพะอยู่แล้ว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกระแสข่าวนายศิริโชค พกอาวุธเข้าราบ 11 ว่า “ให้เขาพูดเองดีกว่า เขาโตแล้วดูแลตัวเองได้ คงไม่ต้องไปดูแลอะไรให้เขา”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้นายกฯ ใส่เสื้อเกราะหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ เปิดเสื้อสูทให้ดูทันที พร้อมส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธว่า “ที่ไม่ใส่เพราะกลัวอ้วนและตัวใหญ่” ก่อนหันไปหัว เราะกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลา โหม ที่เดินมาด้วยกัน

-ตร.เช็กแล้ว-ไม่มีการลอบสังหาร

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผบช.สทส.ในฐานะโฆษก ศปก. ตร. กล่าวถึงกรณีมีข่าวลอบสังหารนายกรัฐ มนตรี ว่า การข่าวของทางตำรวจไม่พบว่ามีข่าวลอบสังหารนายกรัฐมนตรีหรือบุคคลสำคัญ แต่ทางฝ่ายความมั่นคงได้ประสานมาว่ามีข่าวดังกล่าวให้ทางตำรวจช่วยหาข่าว เพิ่มเติม ซึ่งหลังจากได้รับการประสานมาทางตำรวจก็ติดตามข่าวดังกล่าวดูความเคลื่อนไหว ของผู้ต้องสงสัยกลุ่มต่างๆ ที่อาจจะมีความเคลื่อนไหวมากขึ้นในช่วงนี้แต่ก็ยังไม่มีอะไรชัดเจน ไม่มีอะไรยืน ยันว่ามีข่าวดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำ รวจก็ดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญต่างๆ อย่างนายกรัฐมนตรีเราก็ดูแลความปลอดภัยอย่างสูงสุดอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ว่ามีชาวกัมพูชาที่เข้ามาฝึกร่วมกับเจ้า หน้าที่ของรัฐหายตัวไป 2 ราย คาดว่าจะไปรับงานสังหารบุคคลสำคัญ หรือ นายกรัฐมนตรี พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า เชื่อว่าเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ซึ่งข่าวลือในแต่ละวันมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็จะดูแต่ละข่าวว่าข่าวไหนต้องนำมาพิจารณา อย่างข่าวชาวกัมพูชารับงานสังหารนั้นดูแล้วเป็นข่าวที่ไม่มีเหตุผลน่าเชื่อ ถือ เพราะอย่างตำรวจเองก็ไม่เคยมีโครงการเอาชาวกัมพูชามาฝึกร่วม หน่วยแม่นปืนของเราก็มีการฝึกอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องเอาชาวต่างด้าวมาฝึกร่วม ส่วนโครงการรัฐอื่นๆ ก็ไม่น่าจะมี และถ้าจะมีการลอบสังหารจริงก็ไม่มีความจำเป็นต้องจ้างชาวต่างชาติมาเป็นมือ ปืนในเมืองไทยก็มี ข่าวนี้จริงเป็นข่าวที่ดูไม่น่าจะมีความเป็นไปได้และไม่สมเหตุสมผล

-ลงโทษกักยามตร.ขึ้นเวทีนปช.

พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า หลังจากที่มีข้าราชการตำรวจสวมเครื่องแบบเต็มยศขึ้นแสดงความคิดเห็นทางการ เมืองบนเวทีปราศรัยของ นปช. ที่เวทีปราศรัยสะพานผ่านฟ้าลีลาศนั้น เรื่องนี้ทางผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดได้ให้รายงานข้อเท็จจริงและลงโทษทาง วินัยไปแล้วคาดว่าจะเป็นการลงโทษทางวินัยสถานเบา-กลาง เช่น กักยาม แต่หากทำผิดซ้ำก็จะถูกลงโทษสถานหนัก เบื้องต้นตำรวจนายนี้อ้างว่าลาป่วย ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะไปขึ้นเวทีได้ อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเหตุ ทางพล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษาสบ.10 ได้วิทยุสั่งการด่วนที่ชุด เพื่อกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจทุกนายต้องมีความเป็นกลางทาง การเมือง ซึ่งเราก็ได้กำชับมาโดยตลอด

พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.อดุลย์ ได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงแต่ละหน่วยงาน กำชับข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาในการปฏิบัติหน้า ที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อประชาชน ด้วยความเสมอภาค ยุติธรรมและเป็นธรรม ตลอดจนความเป็นกลางทางการเมืองและความเหมาะสมในการแสดงออกทางการเมืองภายใต้ กรอบระเบียบของข้าราชการตำรวจ

“หากประชาชนหรือตำรวจท่านใดพบเห็นข้าราชการตำรวจมีการแสดงออกที่ไม่เหมาะสม ผิดต่อระเบียบปฏิบัติของข้าราชการตำรวจ ให้ทุกหน่วยรายงานตร.ผ่านทางศปก.ตร.ทราบ และพิจารณาดำเนินการทุกอย่างตามกรอบของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง” พล.ต.ต. ประวุฒิ กล่าว


พึ่ง กก.สิทธิ์ – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ศ.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ร่วมแถลงข่าวที่กรมทหารราบที่ 11 หลังนายกฯ ร้องเรียนกรณีม็อบเสื้อแดงนำเลือดมาเทที่หน้าบ้าน เมื่อวันที่ 18 มี.ค.

-ปชป.แจ้งจับม็อบแดงแน่นอน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผอ.พรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศเคลื่อนพลทั่ว กทม.ในวันเสาร์ที่ 20 มี.ค. พรรคประชาธิปัตย์ประเมิน สถานการณ์เห็นว่าหากผู้ชุมนุมมามากพรรคจะเสียเปรียบในด้านกำลังพล จึงปรับแนวรั้วโดยสั่งติดรั้วเหล็กที่ทางเข้า-ออกพรรค เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างเจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอด ภัยกับกลุ่มผู้ชุมนุม เนื่องจากในเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเทเลือดที่หน้าพรรค เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนกั้นเป็นกำแพงได้ถูกทลายง่ายมาก

นายณัฏฐพลกล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนิน คดีในข้อหาบุกรุกกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่บุกเทเลือดหน้าพรรค ว่า ต้องดำเนินคดีอย่างแน่นอน เพื่อให้เห็นเป็นตัวอย่าง ภายใน 1-2 วันนี้จะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระหว่างนี้ขอเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบก่อน

-การ์ดจับอส.ป้วนเปี้ยนในม็อบ

เที่ยงวันเดียวกัน นายอารี ไกรนรา แกนนำ นปช.และหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย นปช. กล่าวว่า หน่วยรักษาความปลอดภัยได้จับตัวนายศุภกร พรหมงาม ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดง (อส.) กระทรวง มหาดไทย ที่สี่แยกคอกวัว ขณะเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมพร้อมพวก 2 คนซึ่งแสดงอาการพิรุธไม่ยอมให้การ์ดตรวจค้นกระเป๋าที่นำมาด้วย แต่พวกของนายศุภกรหนีรอดไปได้ จากการสอบ ถามเบื้องต้นนายศุภกรอ้างเข้ามาซื้อเสื้อและของที่ระลึกให้ญาติ แต่ตนไม่เชื่อเพราะพูดจาสับสน และมีการพกพาผ้าพันคอเลียนแบบการ์ดนปช. จึงเชื่อว่าเข้ามาสอดแนม จึงควบคุมตัวมาแถลงข่าวและส่งให้ตำรวจ สน.นางเลิ้ง สอบสวนต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กลุ่มผู้ไม่หวังดีพยายาม เข้ามาก่อกวน ทำให้พื้นที่ชุมนุมมีความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ดังนั้นการ์ดนปช.จะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น

ต่อมาเวลา 12.30 น. ร.ท.เฉลิม เผ่าชนวน หน.ชุด อส.เดินทางมารับตัวนายศุภกร และบอกว่าสาเหตุที่นายศุภกรเข้ามาเพราะมาทำภารกิจ สาเหตุที่ อส.บุรีรัมย์ มาที่ กทม.เพราะกระทรวงมหาดไทยขอกำลังมาช่วย 24 นาย แต่ทางหัวหน้าการ์ด นปช.ยืนยันส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.นางเลิ้ง ดำเนินการต่อไป

-รวบแก๊งลักทรัพย์ได้จะจะ

เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเต็นท์พักอาศัยของกลุ่มเสื้อแดงภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย น่าน ซึ่งอยู่ใกล้กับลานพระบรมรูปทรงม้า มีแก๊งลักทรัพย์ออกอาละวาดขโมยทรัพย์สินของกลุ่มผู้ชุมนุมที่วางอยู่ภายใน เต็นท์ โดยกลุ่มเสื้อแดงสามารถจับกุมตัวชายสวมเสื้อยืดสีดำ อายุประมาณ 40 ปี คาดว่ามาจากภาคอีสาน ขณะกำลังขโมยโทรศัพท์มือถือของผู้ชุมนุมคนหนึ่งที่ยืนรอรับอาหารอยู่ ทำให้ผู้ชุมนุมคนอื่นเห็นเหตุการณ์และช่วยจับกุมตัวได้ พร้อมมือถือ 1 เครื่อง โดยเมื่อจับกุมตัวได้แล้วแจ้งให้การ์ดเสื้อแดงมารับตัวไปสอบสวน เบื้องต้นรับสารภาพว่ามากันหลายสิบคน กระจายกันอยู่รอบพื้นที่ชุมนุมเพื่อลักทรัพย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายผู้ชุมนุมกระจายกันอยู่ตามร่มไม้โดยรอบพื้นที่ บางส่วนจับจองพื้นที่บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อน โดยนำเต็นท์มากางตามต้นไม้ พร้อมนำเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่ใช้ตลอดการชุมนุม 5 วันที่ผ่านมาออกมาตากตามต้นไม้ และฟุตปาธ บางส่วนทำอาหารกินกันเป็นกลุ่ม ขณะเดียวกันมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณการชุมนุม โดยการ์ด นปช.ตั้งจุดตรวจบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อป้องกันมือที่สามเข้ามาก่อเหตุ ส่วนบนเวทีมีการแสดงดนตรีและการปราศรัยของแกนนำจากภูมิภาค นอก จากนี้มีกำลังทหารยังคงตรึงกำลังดูแลรักษาความสงบอยู่บริเวณสี่แยกใหญ่ๆ

-โวยคนในบ้านมาร์คพยายามฆ่า

เวลา 15.30 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าว ถึงกลุ่มเสื้อแดง 50 คน ไปต่อว่าคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า ต้อง ตรวจสอบก่อนว่าเป็นคนเสื้อแดงจริงหรือไม่ หากกลุ่มเสื้อแดงจะดำเนินการใดๆ ต้องฟังเสียงจากแกนนำทั้ง 3 คนเท่านั้น และการกระทำดังกล่าวมีเจตนาไม่ดี เนื่องจากขณะนี้หุ้นกำลังขึ้นเป็นผลดีกับประเทศ แต่การกระทำของกลุ่มนี้มีเจตนาแอบแฝง อาจเป็นการกระทำของรัฐบาลเองหรือกลุ่มเสื้อแดงเทียม และต่อไปคนกลุ่มนี้อาจมีข่าวว่าไปปิดสนามบินสุวรรณภูมิก็เป็นไปได้ ซึ่งหากเป็นกลุ่ม นปช.จริงจะถูกขับออกจากกลุ่ม เนื่องจากมีแนวคิดไม่ตรงกัน

นายจตุพรกล่าวถึงกลุ่ม นปช.จะเจรจากับรัฐบาลว่า อยากพูดคุยโดยตรงกับนายอภิสิทธิ์เท่านั้น โดยสถานที่ใดก็ได้แต่ต้องสะดวกทั้งสองฝ่าย นายอภิสิทธิ์ต้องเปิดใจ ยกเลิกเงื่อนไขที่ตั้งไว้ทั้งหมด เนื่องจากกลุ่ม นปช.ไม่ได้มีรัฐบาลเป็นหัวหน้า ไม่ใช่การพูดคุยแบบผู้มีอำนาจกับลูกน้อง การจะเจรจาได้ต้องให้สิทธิเท่าเทียมกัน ส่วนที่ฝ่ายกฎหมายรัฐบาลฟ้องร้องแกนนำ นปช. กรณีคลิปเสียงนายกฯ ที่นำมาเปิดบนเวทีนั้น นายจตุพรกล่าวว่า ตนอยากเรียกร้อง ให้พูดคุยหรือฟ้องร้องเรื่องที่ตนกล่าวหานายกฯ เรื่องการหนีทหาร อยากให้พูดถึงและพิสูจน์ข้อเท็จจริง

นายจตุพรกล่าวถึง สน.ทองหล่อ เอาผิดกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปาถุงเลือดขึ้นไปบนหลังคาบ้านนายกฯ เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ว่า หากจะเอาผิดจริงต้องดำเนินคดีกับคนในบ้านนายกฯ ที่นำโซดาไฟมาฉีดใส่คนเสื้อแดงในข้อหาพยายามฆ่า หากทำได้จะยินยอมให้ดำเนินคดีคนเสื้อแดงที่ปาเลือด ส่วนที่ตำรวจจะขอเปิดเส้นทางเพื่อใช้พื้นที่จัดงานกาชาด บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า และพื้นที่โดยรอบถนนศรีอยุธยาและราชดำเนินนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานมา มีเพียงการพูดผ่านสื่อ ซึ่งคนเสื้อแดงไม่มีใครต้องการขัดขว้างการจัดงานกาชาด แต่อยากให้มาคุยและประสานงานกันมากกว่า

-ปทีปสั่งจับตาชุมนุมใหญ่เสาร์นี้

วันเดียวกัน ที่ จ.ขอนแก่น พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม และรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถาน การณ์ทั่วไป และสถานการณ์ที่เกี่ยวกับความมั่นคง ตลอดจนติดตามผลการปฏิบัติหน้าที่ราชการของตำรวจภูธรภาค 4 โดยเฉพาะการ เคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในขณะนี้ โดยพล.ต.อ. ปทีปให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ ได้ผ่านมาหลายวันแล้วเหตุการณ์อยู่ในขั้นปกติ และการเทเลือดในสถานที่สำคัญ 3 แห่งก็ผ่านไปได้ด้วยดี ถือว่าเป็นการต่อสู้ในหมู่ของประชาชนด้วยกัน ขอให้จิตใจคนไทยสงบเย็น

พล.ต.อ.ปทีปกล่าวว่า ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงไม่ว่าในส่วนกลาง และในภูมิภาค ได้สั่ง การให้ตำรวจตื่นตัวตลอด 24 ชั่วโมง และอย่า ไปประมาท ส่วนการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่เปิดเวทีปราศรัยกล่าวร้ายโจมตีบุคคลอื่น ให้ร้ายผู้อื่น และทำผิดกฎหมาย ขณะนี้ได้มีการถ่ายภาพเก็บไว้ และอัดเสียงเทปเป็นหลักฐานไว้แล้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.ปทีปกล่าวว่า จากการประเมินทางด้านการข่าวที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะระดมพลชุดที่ 2 เข้าร่วมชุมนุมใหญ่ในวันเสาร์ที่ 20 มี.ค.นี้ ตนเชื่อว่าจำนวนผู้ชุมนุมจะใกล้เคียงกับการระดมพลชุดแรก และยังหวั่นใจว่ามือที่ 3 จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ จึงได้มีการเพิ่มด่านตรวจค้นอาวุธ และสายตรวจ เพื่อป้องกันให้ได้มากที่สุด ส่วนการแจ้งเตือนแผนก่อวินาศกรรมกลางกรุงของหน่วยข่าวกรองสหรัฐ เป็นเรื่องของการข่าวในแง่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ มีการเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว

-พัลลภแฉรัฐกุข่าวลอบสังหาร

วันเดียวกัน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่เริ่มมีผู้ชุมนุมน้อยลง ว่า ยืนยันจุดยืนเดิม คือจะไม่เข้าไปยุ่งกับม็อบเสื้อแดงแล้ว แม้ว่าตอนนี้จะแผ่วลงและคนน้อยลงมากก็ตาม เพราะเมื่อพวกแกนนำ นปช.ไม่ต้อง การตนก็ไม่ต้องไปช่วย ปล่อยให้พวกเขารู้ว่า การจะชนะมันไม่ง่าย ตอนนี้เขาชุมนุมไปวันๆ หนึ่งไม่มียุทธศาสตร์หรือยุทธวิธีจนคนหนีกลับบ้านหมด และใกล้จะแพ้แล้ว ถือเป็นบทเรียนของแกนนำนปช.

เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลเป็นห่วงว่าเมื่อผู้ชุมนุมน้อยลงอาจจะมีกลุ่มใต้ ดินลงมาทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น พล.อ.พัลลภกล่าวว่า ไม่ต้องกลัวหรือหวาดระแวงว่าตนจะเล่นเกมใต้ดิน บอกว่าไม่ยุ่งก็คือไม่ยุ่ง ตนอยู่บ้านเกือบทุกวันมีแค่ออกไปเล่นกอล์ฟบ้างเท่านั้น ไม่ต้องส่งใครมาตาม การจะเล่นใต้ดินได้มวลชนต้องเข้มแข็งแต่ขณะนี้มวลชนมีจำนวนน้อยลงและอ่อน เพลียเพราะอากาศร้อนมาก ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมทนไม่ไหว เล่นไปก็มีแต่ตายเท่านั้น ตนไม่โง่ที่จะทำอย่างนั้น

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีการลอบสังหารนายอภิสิทธิ์ พล.อ.พัลลภกล่าวว่า รัฐบาลเป็นผู้ปลุกกระแสข่าวการลอบสังหารนายกฯ ขึ้นเอง เพื่อสร้างกระแส และเรียกคะแนนความสงสาร ใส่ร้ายฝ่ายตรงข้าม เชื่อว่าไม่มีใครคิดทำแต่เป็นเรื่องของการฉวยโอกาสจากการสร้างสถาน การณ์ขึ้นมา นายอภิสิทธิ์อยู่ในค่ายทหารตลอดใครจะไปทำอะไรได้

-ให้กำลังใจมาร์คถึงบ้านพัก

เวลา 14.00 น. ที่หน้าบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองเตย เขตวัฒนา กรุงเทพฯ มีกลุ่มตัวแทนประชาชนจากชุมชนเขตบางรัก และเขตวัฒนา ประมาณ 30 คน เดินทางมาที่บ้านนายกฯ เพื่อให้กำลังใจ โดยมีน.พ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดานายอภิสิทธิ์และอดีตรมช.สาธารณสุข ออกมารับดอกไม้และสิ่งของจากประชาชนที่มาให้กำลังใจ

จากนั้น น.พ.อรรถสิทธิ์เปิดเผยว่า ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจลูกชายตน และจะนำเรื่องไปบอกนายอภิสิทธิ์ให้ เชื่อมั่นลูกชายจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ กรณีที่มีข่าวลอบสังหารนายกฯ นั้น ก็เป็นห่วงเรื่องความปลอด ภัย แต่มั่นใจไม่เกิดขึ้น เชื่อมั่นในการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ต่อนายกฯ และบุคคล สำคัญ นอกจากนี้คาดว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรง เพราะคนไทยทุกคนมีนิสัยไม่ชอบความรุนแรง

“ลูกชายผมนั้นทำงานหนักมากขึ้นต้องดูแลบ้านเมืองและความสงบสุขของประเทศ ผมและครอบครัวก็ให้กำลังใจเสมอ เชื่อมั่นว่าสามารถ ทำงานได้อย่างดีและยุติธรรม และมั่นใจว่าลูก ชายจะบริหารบ้านเมืองด้วยความอดทนอดกลั้น” น.พ.อรรถสิทธิ์กล่าว

ด้านนายกิติ กังวาเวชกุล หนึ่งในตัวแทนเขตวัฒนาที่เดินทางมาให้กำลังใจนายกฯ กล่าวว่า ที่เดินทางมาวันนี้ เพื่อมอบแร่ขาวเขี้ยวหนุ มาน ให้นายกฯ เพื่อคุ้มครองให้ปลอดภัยจากภยันตรายต่างๆ ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป โดยหินดังกล่าวตนเก็บรักษามาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว

-สธ.มอบยา2พันชุดให้ม็อบแดง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขใน สถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ ว่า สิ่งที่น่าห่วงในขณะนี้คือสุขภาพผู้ชุมนุม เพราะอากาศที่ร้อนจัดและฝนตกในบางช่วงเวลาทำให้ผู้ชุมนุมเริ่มมีอาการป่วย ผู้ชุมนุมได้ประสานขอความช่วยเหลือในส่วนของยารักษาโรคมายังกระทรวง จึงสั่งการให้น.พ. ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประสานตัวแทนผู้ชุมนุมให้มารับยาที่กระทรวง โดยเตรียมยาสามัญให้ 2 พันชุด ยาแก้ท้องเสีย 1 พันชุด เกลือแร่ 1 พันชุด และยาแก้คัน 1 พันชุด

นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับการระดมพลรอบใหม่ในวันที่ 20 มี.ค. มีความเป็นห่วงเรื่องการปะทะกับชุมนุมต่างๆ ได้เตรียมมาตรการพร้อมรับมือ โดยจะใช้แผนวงแหวน 3 ชั้น แบ่งเป็นชั้นในยังคงจุดการแพทย์ฉุกเฉินถาวรไว้ 4 จุดหลัก คือ โรงพยาบาลสงฆ์ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลวชิระ และโรงพยาบาลมิช ชั่น ชั้นกลาง จะเป็นพื้นที่วางกว้างขึ้น

-มท.คาด 20 มี.ค.ม็อบแค่ 3 หมื่น

รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า โซนพื้นที่ด้านเหนือมีโรงพยาบาลภูมิพล เป็นแกนหลัก ด้านทิศใต้ โรงพยาบาลสมุทรปราการ ทิศตะวันตก โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และทิศตะวันออกโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และชั้นนอก ครอบ คลุมพื้นที่ปริมณฑล 8 จังหวัด เตรียมความพร้อมโรงพยาบาลรัฐ เอกชน มูลนิธิต่างๆ หากเกิดกรณีโกลาหลขึ้นในพื้นที่ชั้นในสามารถส่งผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลใน พื้นที่ชั้นในได้หากจำ เป็น อีกทั้ง มีการจัดทีมเคลื่อนที่เร็วทางการแพทย์เข้าช่วยเหลือทันทีหากมีการปะทะกัน หรือเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ต่างๆ

ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย (ศปก. มท.) สรุปความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมเมื่อวัน 17-18 มี.ค. ประเมินว่า วันที่ 20 มี.ค. ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศให้ประชาชนในกทม. ออกมาร่วมชุมนุมใหญ่ จะมียอดผู้เข้าร่วมชุมนุมประมาณ 27,500 คน และพระสงฆ์ 50 รูป

-แดงพะเยาระดมพลอีก 20 มี.ค.

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในต่างจังหวัด เริ่มที่ จ.พะเยา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวในระหว่างการชุมนุมกับกลุ่มนปช. ว่า การเดินทางจากต่างจังหวัดไปกรุงเทพฯ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารตั้งจุดตรวจเข้มงวด ไม่ให้มีการพกอาวุธเข้าไป จึงไม่มีทางที่คนเสื้อแดงจะไปก่อเหตุรุนแรงได้ เหตุการณ์ยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปที่กรมทหารราบที่ 11 ในขณะที่คนเสื้อแดงไปประท้วง เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ของมือที่ 3 ที่ต้องการยั่วยุทั้งรัฐบาลและคนเสื้อแดงให้ใช้ความรุนแรง ผู้ชุมนุมทุกคนต้องระมัด ระวังตัว นอกจากนี้การติดกล้องวงจร ปิดภาย ในสถานที่ชุมนุม เพื่อจับตาการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ส่วนหนึ่งจะเป็นหลักฐานว่าคนเสื้อแดงชุมนุมอย่างสันติ ไม่ได้ก่อเหตุร้ายอย่างที่บางฝ่ายกล่าวหา

นายศิริวัฒน์ จุปะมัดถา ผู้ประสานงานแดงพะเยา เปิดเผยระหว่างการชุมนุมที่กรุงเทพฯ ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงยังเคลื่อนไหวต่อเนื่อง การสับเปลี่ยนกำลังของคนเสื้อแดงทำให้ยอดผู้ชุมนุมน้อยลงเป็นเรื่องปกติ จากนี้จะขยายแนวร่วมไปยังกลุ่มเยาวชน และนักการเมืองท้องถิ่นวันที่ 18-19 มี.ค. นี้ กลุ่มคนเสื้อแดงภาคเหนือจะเดินทางมาสมทบ และถึงที่หมายพร้อมกันในวันที่ 20 มี.ค. คาดว่ามีกำลังคนไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ระหว่างนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุมใช้เวลาว่างไปหาซื้อพัดลมมาใช้บรรเทา อากาศที่ร้อนอบอ้าว ส่วนอาหารและน้ำมีผู้บริจาคไม่ขาดสาย การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงไม่มีความรุนแรงและไม่ทำผิดกฎหมาย คนกรุงเทพฯ จึงให้การต้อนรับและสนับสนุนมากขึ้นเรื่อยๆ

-แดงเชียงใหม่ทำพิธีสาปแช่ง

จ.สุรินทร์ นายแงะ จินันทุยา อดีตส.จ.เขต อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ และนายปัญญา อุนัยบัน ผู้ประสานงานนปช.สุรินทร์ นำรถแห่ประชาสัม พันธ์เชิญชวนประชาชนละแวกตลาดเทศบาลตำบลกังแอน อ.ปราสาท ทอดผ้าป่าสมทบทุนช่วยค่าน้ำมันรถยนต์และอาหาร เพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ มียอดบริจาค 7,000 บาท ต่อมาเวลา 11.30 น. กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวน 35 คน ตั้งขบวนที่สำนักงานของนายแงะ ถ.โชคชัย-เดชอุดม นำรถกระบะ 3 คัน บรรทุกเสบียงอาหารเดินทางไปสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่กรุงเทพฯ

จ.เชียงใหม่ นายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และนางกัญญาภัค มณีจักร นำกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งแห่โลงศพและดอกไม้จันทน์ไปชุมนุมบริเวณหน้า ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ เลขที่ 55 ถ.ช้าง ใหม่-ลำปาง ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อแสดงจุดยืนว่าไม่ยอมรับนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ โดยมี พ.ต.อ.สุวัฒน์ แก้วดวงโต ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ นำตำรวจ กว่า 200 นาย ดูแลความสงบ กลุ่มคนเสื้อแดงไม่พอใจที่ถูกตำรวจชุดปราบจลาจลกันไม่ให้เข้าใกล้ศูนย์ ประสานงานฯ จึงจุดบั้งไฟใส่ศูนย์ประสานงานฯ 1 ลูก นายเพชรวรรตเจรจาขอส่งตัวแทน 10 คน นำโลงศพเข้าไปทำพิธีสาปแช่งนายอภิสิทธิ์ และสัญญาจะไม่มีการเทเลือด เจ้าหน้าที่จึงอนุญาต จากนั้นทั้งหมดจึงสลายการชุมนุมโดยไม่มีเหตุรุนแรง

-ทหารแจ้งจับพระครูสาดเลือด

พ.อ.กฤษณ์ กิจสุวรรณ รองผบ.มทบ.33 ค่ายกาวิละ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมคุณหญิงเจ้าระวิพรรณ สุจริตกุล เจ้านายฝ่ายเหนือ ทำพิธีขอขมาอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ เพื่อเป็นสิริมงคล หลังจากที่พระครูสุเทพสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง นำกลุ่มคนเสื้อแดงมาเทเลือดที่กระถางธูปหน้าอนุสาวรีย์ เมื่อเย็นวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา

ต่อมาเวลา 10.30 น. สารวัตรทหารค่ายกา วิละ 3 ราย ที่ถูกพระครูสุเทพสิทธิคุณ สาดเลือดใส่เสื้อผ้าและร่างกาย เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.ชัชพล องค์ศิริพร สารวัตรเวร สภ.แม่ปิง ให้ดำเนินคดีในข้อหา กระทำใดๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อน หรือน่าจะเปรอะเปื้อนตัวบุคคล หรือทรัพย์ หรือแกล้งทำให้ของโสโครกเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ

ด้านพระครูสุเทพสิทธิคุณกล่าวว่า ไม่กังวลกับหมายจับ พื้นที่นั้นไม่ใช่เขตหวงห้าม หากมีหมายเรียกมาตนจะไม่ไป เพราะไม่ได้ทำผิดอะไร

-”สุรชัย”จี้”วีระ”จ่ายหนี้ 3 ล้าน

ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม กล่าวว่า ได้หารือประชุมร่วมกับแกนนำแดงสยาม และนายจักรภพ เพ็ญแข แล้ว ทราบว่า ขณะนี้นายจักรภพกำลังร่างพิมพ์เขียวเพื่อจัดองค์กรแดงสยาม และร่างนโยบายเพื่อรองรับกลุ่มคนเสื้อแดงที่แตกมาจากกลุ่ม นปช. และติดต่อมายังตนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากชัดเจนแล้วว่าไม่มีใครมั่นใจในแนวทางของ 3 เกลอ เพราะไม่ใช่นักประชาธิปไตย ไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ส่วนนายวีระกล้าสาบานหรือไม่ว่าถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแล้วจะไม่เป็นหัว หน้าในมุ้งเพื่อไทย

“ผมไม่เคยขอเงินพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ผมบริจาคให้ลุงของนายณัฐวุฒิที่มาเปิดโรงเรียนนปช.ที่ จ.นครศรีธรรมราช 3 หมื่นบาท บริจาคให้พรรคเพื่อไทย 1.8 แสนบาท แต่มาถึงวันนี้ผมต้องทำหน้าที่แล้ว คือ การทวงหนี้นายวีระ ผมเป็นที่ปรึกษาและติดตามทวงหนี้ของบริษัท อควาสตาร์ ที่จำหน่ายอาหารกุ้งใน อ.ระโนด จ.สงขลา ให้ทวงเงินที่นายวีระจำนวน 3 ล้านบาท ซึ่งหากทวงได้ผมจะได้ 30 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญนายวีระอย่าทิ้งนายศักดิ์ระพี พรหมชาติ พราหมณ์ที่นำไปทำพิธีสาปแช่งเทเลือด ต้องดูแลเขาอย่างดีด้วย” นายสุรชัยกล่าว

-ศอ.รส.ให้สื่อเข้าดูกำลังพล

เย็นวันเดียวกัน ที่ร.11 รอ. มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงจากกองทัพบก สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการกองทัพบกที่ดูแลศูนย์สื่อมวลชนให้นำ สื่อที่ติดตามการทำข่าวศอ.รส.ไป เยี่ยมชมความเป็นอยู่ของกำลังพลทหารที่มาจากหลายหน่วยต่างจังหวัด ทั้งกองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 3 เพื่อมาปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบในพื้นที่บก.ศอ.รส.ในห้วงประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคง โดยทหารส่วนใหญ่ได้คลายความตรึงเครียดลงไปมาก หลังจากทราบข่าวว่ากลุ่มเสื้อแดงจะไม่เดินมาชุมนุมที่ ร.11 รอ.แล้ว นอก จากนี้ยังให้ทหารพักผ่อนก่อนรับประทานอาหารช่วงเย็นด้วยการเล่นกีฬา เปตอง เซปักตะกร้อ ศิลปะแม่ไม้มวยไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดกว้างให้สื่อเข้าไปดูชีวิตทหารครั้งนี้ได้รับไฟเขียวจากพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่ต้องการให้สื่อถ่ายทอดชีวิตความเป็นอยู่ของทหาที่เข้ามาปฏิบัติภารกิจโดย ไม่มีอาวุธปืน มีเพียงกระบอง และการทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุม ซึ่งพล.อ.อนุพงษ์ อยากให้สังคมเข้าใจบทบาทของกองทัพที่เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการปฏิบัติ หน้าที่ แต่จะไม่ทำร้ายประชาชน

-พระ 20 รูปขึ้นเวทีสวดชยันโต

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมในช่วงเย็นว่า เพิ่มความคึกคักมากขึ้น เนื่องจากมีประชาชนทยอยเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากจนแน่นบริเวณด้านหน้าล้นไปถึง อนุสาวรีย์ประชา ธิปไตย และแยกจปร. นอกจากนั้นยังมีส.ส. พรรคเพื่อไทยผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวที รวมถึงพระภิกษุสงฆ์จาก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ 20 รูป ในนามกลุ่มสังฆสามัคคีและพระสงฆ์พัฒนาสันติวิธี ขึ้นเวทีแสดงตัวสนับสนุนการชุมนุมของนปช. โดยก่อนหน้านี้ไปยื่นหนังสือที่พรรคร่วมรัฐบาล 4 พรรค เพื่อขอบิณฑบาตให้ถอนตัวออกจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชน หากเพิกเฉยต่อความขัดแย้งระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และประชาชนที่มีอยู่ในขณะ นี้ พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดจะได้รับความลำบาก จากนั้นพระสงฆ์ทั้งหมดร่วมกันสวดชยันโต พร้อมระบุว่าพระสงฆ์ทั่วประเทศพร้อมใจกันร่วมบริจาคอาหารให้ผู้ร่วมชุมนุม

เวลา 17.00 น. ที่เวทีปราศรัยสะพานผ่านฟ้า ส.ส.และอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย พรรค พลังประชาชน ได้ขึ้นเวทีปราศรัย เนื้อหาพุ่งเป้าไปที่นายกฯ หนีประชุมสภา ไม่ยอมพบคนเสื้อแดง โจมตีทหารและอำมาตย์ที่สนับสนุนรัฐบาล โดยร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยเป็นคนแรก เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ ลาออกเช่นเดียวกับสมัยนายกฯ เป็นฝ่ายค้านเคยเรียกร้องให้นายสมัคร สุนทรเวช ลาออก เมื่อครั้งถูกพันธมิตรฯชุมนุมขับไล่ ขอเรียกร้องคนกทม.ออกมาจับมือผนึกกำลังร่วมต่อสู้กับคนที่นี่ วันนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ทำถูกต้องแล้วที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมกลับคืนมา เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณสู้จะได้กลับมาตัวเป็นๆ แต่ถ้าไม่สู้จะกลับมาเป็นผงขี้เถ้า จากนี้ไปส.ส. พรรคเพื่อไทยที่มี 189 คน ได้รับคำสั่งจากพรรคให้ทยอยกันมาพบกับประชาชนทุกวัน

-นปช.คืนพื้นที่ให้จัดงานกาชาด

นายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคพื่อไทย ปราศรัยว่า อยากให้สถานที่นี้เป็นเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของประชาชน เปิดเป็น “สภาประชาชน” นายอภิสิทธิ์ นอกจากหนีทหารแล้วยังขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีประชาชนที่ไปพบที่ร.11 รอ. วันนี้ยังหนีประชุมสภา ขอเรียกร้องให้ยุบสภา

ต่อมาเวลา 17.30 น. นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เข้าเจรจากับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ที่ด้านหลังเวทีใหญ่สะพานผ่านฟ้า เพื่อขอพื้นที่ชุมนุมบางส่วนของถนนราช ดำเนิน ตั้งแต่แยกสวนมิสกวัน ถึงแยกลานพระ บรมรูปทรงม้า ถนนอู่ทองใน ถนนศรีอยุธยา ตั้งแต่แยกวัดเบญจมบพิตรฯ ถึงแยกพล.1 ใช้จัดงานกาชาดประจำปี 2553

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า นปช.ไม่ขัดข้อง พร้อมสนับสนุนเต็มที่ โดยวันที่ 19 มี.ค. จะให้ฝ่ายเทคนิคไปตรวจสอบอุปกรณ์ที่อยู่บริเวณดังกล่าวว่าจะรื้อถอนได้ทันที หรือไม่ หากการชุมนุมยังยืดเยื้อช่วงจัดงานกาชาดระหว่างวันที่ 30 มี.ค. ถึง วันที่ 7 เม.ย. จะจัดการ์ดประสานกับตำรวจและเจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบต่องาน กาชาด เหมือนเมื่อปี 2552 ที่จัดชุมนุมพร้อมงานกาชาด ทำให้มีคนเที่ยวงานมากกว่าทุกปี

พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า หากวันที่ 19 มี.ค. นปช.คืนพื้นที่ได้จะให้ช่างเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมงานทันที จากนั้นจึงประชาสัมพันธ์การจัดงานและแนะนำเส้นทางให้ประชาชนที่จะมาร่วมงาน เพื่อความสะดวก

แกนนำแถลงยันเสธ.แดงไม่เกี่ยว

เวลา 17.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ น.พ. เหวง โตจิราการ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวถึงพล.ต.ขัตติยะ หรือเสธ.แดง สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก อ้างมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมว่า ยืนยันว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม แกนนำได้ตั้งการ์ดนปช.แดงทั้งแผ่นดินมาทำหน้าที่อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้การ์ดของพล.ต.ขัตติยะเข้ามาช่วย

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมยืดเยื้อ เราจึงเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดเวที โดยช่วงเช้าจะจัดรายการข่าวและวิเคราะห์ข่าว ส่วนช่วงบ่ายจะเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและจะมีวิทยากร อาทิ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน และพรรคพลังประชาชน 37 คน มาให้ความรู้กับผู้ชุมนุม ขณะที่ช่วงเย็นจะมีส.ส.จากพรรคเพื่อไทย มาร่วมปราศรัยด้วย

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ที่ประชุมแกนนนำได้ประเมินมาตรการสละเลือด ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์เป็นอย่างดี แต่ตอนยังมีเลือดเหลืออีก 15 แกลลอน ทางแกนนำจึงประชุมและมีมติให้นำเลือดที่เหลือมาให้จิตรกรและศิลปินกลุ่มคน เสื้อแดงนำมาสร้างสรรค์งาน เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจให้คนรุ่นหลังรู้ว่ามีการต่อสู้ระหว่างชนชั้น โดยจะนำมาแสดงบนเวทีการชุมนุม เริ่มสร้างผลงานตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค.นี้

-20มี.ค.นี้เคลื่อนขบวนครั้งใหญ่

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงการเคลื่อนขบวนไปทั่วถนนรอบกรุงเทพฯ ในวันที่ 20 มี.ค.ว่า เราจะไม่เคลื่อนไหวในรูปแบบดาวกระจาย แต่จะเคลื่อนการชุมนุมในลักษณะของดาวฤกษ์ คือไปเป็น กลุ่มใหญ่ จะเคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางหลักของกทม. แต่ยังไม่ทราบว่าจะใช้เส้นทางใดบ้าง ต้องรอการตรวจสอบก่อนว่า แต่ละเส้นทางมีความยาวเท่าไหร่ และจะใช้เวลาเดินทางนานแค่ไหน แต่เราจะให้ครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุด ทั้งนี้ระหว่างการเคลื่อนขบวน จะทำความเข้าใจกับคนกรุงเทพฯ ถึงเหตุผลการชุมนุมและจะแจกสติ๊กเกอร์รูปหัวใจ ที่มีข้อความระบุว่า “รักคนกรุงเทพฯ รักประชาธิปไตย” ด้วย ซึ่งเรามั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากคนกรุงเทพฯ เป็นอย่างดี

นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงนายอภสิทธิ์มีมติให้ศอ.รส.ชี้แจงทำความเข้าใจถึงความหมายขอคำว่า อำมาตย์ และคำว่าไพร่ว่า ขอเรียกร้องว่านายอภิสิทธิ์ไม่ควรอธิบายความหมายตามตำรา แต่ขอให้อธิบายตามข้อเท็จจริงทางการเมือง หากนายอภิสิทธิ์ไม่อธิบายความหมายของทั้งสองคำได้ ตนขออาสาไปช่วยอธิบายให้ นอกจากนี้ตนขอ ให้กลุ่มคนเสื้อแดงติดตามความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ หากนายอภิสทธิ์ไปที่ไหนขอให้กลุ่มคนเสื้อแดงติดตามไปขับไล่ด้วยสันติวิธีใน ทุกที

-จวกการบินไทย2มาตรฐาน

ด้านนายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้ตนทราบว่าศอ.รส.ได้จัดชุดปฏิบัติการทางจิตวิทยาขึ้นมา แบ่งกำลังชุดละ 50 คน โดยให้เข้ามาแฝงตัวในที่ชุมนุมและให้ใส่เสื้อแดง ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้จะมีหน้าที่เข้าไปพูดคุยเพื่อให้ผู้ชุมนุมเกิดความเคลือบ แคลง โดยปฏิบัติการนี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันนี้ นอกจากนี้ยังมีกองกำลังที่รัฐบาลจัดขึ้นมาเพื่อเคลื่อนไหวในวันเคลื่อนการ ชุมนุม โดยจะเข้าไปปะปนกับชาวบ้านและต่อต้านการชุมนุมในขณะเดินขบวน ดังนั้น หากเราพบเห็นบุคคลกลุ่มนี้ ขอให้ช่วยกันจับกุม ส่วนที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงไปชุมนุมที่ตลาดหลักทรัพย์นั้น จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มคนดังกล่าวใช้ชื่อว่ากรรมการประชาธิปไตยแห่งชาติ ซึ่งไม่เกี่ยวกับคนเสื้อแดง หากคนกลุ่มนี้เคลื่อนชุมนุมไปที่ไหนเป็นเรื่องของเขา และจะไม่เกี่ยวกับคนเสื้อแดง

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัทการบิน ไทยได้เปลี่ยนแปลงระบบคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้จองตั๋วเครื่องบิน โดยเมื่อโทร.เข้าหมายเลข 0-2356-1111 ซึ่งเป็นหมายเลขที่ใช้จองตั๋ว จะมีข้อความจากระบบตอบรับอัตโนมัติว่า เนื่องจากเกิดสถาน การณ์ที่ไม่สงบ การบินไทยจึงขอเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้จองตั๋วเครื่องบิน ตนจึงตั้งข้อสงสัยว่าการชุมนุมครั้งนี้การบินไทยได้รับผลกระทบอย่างไร ทำไมจึงต้องเปลี่ยนแปลงอย่างนี้ และเหตุใดการบินไทยถึงจ้องทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว เรื่องนี้นายโสภณ ซารัมย์ รมว. คมนาคม และนายปิยะสวัสดิ์ อัมระนันท์ กรรมการ ผู้จัดการบริษัทการบินไทยจะรับผิดชอบอย่างไร และขอตั้งคำถามถึงสหภาพการบินไทยว่าวันที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยึดสนามบิน เหตุใดจึงไม่ทำอะไร

-หมอเหวงโวยลูกชายถูกรังแก

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ต้องการเจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดงว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ แต่นายอภิสิทธิ์จะต้องเปิดใจและยกเลิกเงื่อนไขที่ตั้งไว้ทั้งหมด เนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้มีรัฐบาลเป็นหัวหน้า หากกลุ่มคนเสื้อแดงจะเจรจากับรัฐบาล เราจะเจรจากับนายอภิสิทธิ์เท่านั้น ส่วนสถานที่การเจรจาต้องเป็นสถานที่ที่สะดวกด้วยกันทั้งสองฝ่าย

น.พ.เหวงกล่าวถึงบุตรชายถูกตรวจสอบกรณีที่ใส่เสื้อสภากาชาดไทยมาช่วยเจาะ เลือดให้คนเสื้อแดงว่า เรื่องนี้เป็นการใช้สิทธิ์ถูกต้องตามกฎ หมายและแสดงออกภายใต้สันติวิธี อีกทั้งบุตรชายไม่ได้ยุ่งการเมืองในลักษณะเป็นแกนนำเคลื่อนไหว เพียงแต่มาช่วยอำนวยความสะดวก เนื่องจากการเจาะเลือดต้องมีมาตรฐานทางการแพทย์ จึงไม่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎ หมายและไม่อยากให้ผู้ใหญ่รังแกเด็ก

ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ ยื่นข้อเสนอให้เลิกการชุมนุมก่อนจะพิจารณาข้อเสนอ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การพูดดังกล่าวพูดเอาแต่ได้ เราไม่ได้ปิดประ ตูการเจรจา แต่ไม่ใช่มาหากินง่ายๆ แบบนี้ หากไม่ประสงค์เจรจาก็ไม่ต้องเจรจา

-นักร้อง”ทอม ดันดี”ขึ้นปราศรัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวทีปราศรัยเริ่มครึกครื้นขึ้น เมื่อร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง อดีตส.ส.ศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ขึ้นปราศรัยโจมตีนายกฯ และกระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐาน พร้อมร้องหมอลำให้คนเสื้อแดงที่นั่งชุมนุมอยู่ 1 หมื่นคนฟัง จากนั้นนายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมาชิกบ้านเลขที่ 109 อดีตพรรคพลังประชาชน ขึ้นปราศรัยโจมตีแผนบันได 4 ขั้นของคมช.

ต่อมาเวลา 18.30 น. นายณัฐวุฒิ ประกาศบนเวทีว่า วันนี้มีการประชุมสมัชชาแดงทั้งแผ่นดิน มีข้อสรุปว่า ให้ปรับยุทธวิธีชุมนุมยืดเยื้อและจะเปิดเวทีตรงนี้ให้พี่น้องนปช.แต่ละภาค ได้แสดงศิลปะเพื่อความเพลิดเพลินกับผู้ชุมนุม โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออก การแสดงแต่ละชุดจะสอดแทรกเนื้อหาการต่อสู้ของนปช. และจะปรับเวทีโดยมีนักการเมืองและศิลปินผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวที ทั้งกลุ่มนักการเมือง 111 พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และส.ส.พรรคเพื่อไทยกดดันให้นายอภิสิทธิ์ ยุบสภา จากนั้นแกนนำนปช.จะปราศรัย และการวิดีโอลิงก์ของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขอให้นปช.ทั่วประเทศติดตามการเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ ไม่ว่าจะไปไหน ขอให้ติดตามและขับไล่ทุกที่ด้วยวิธีสันติ ไม่ทำให้เกิดความรุนแรง ความเสียหายของทรัพย์สิน เริ่มจากวันที่ 20 มี.ค. วันนี้นายอภิสิทธิ์ไปได้ที่เดียว คือราบ 11 ซึ่งความคิดสันติวิธีต้องใช้เวลา แต่เพียง 4 วันทำให้นายอภิสิทธิ์ถูกควบคุมตัวใน ราบ 11 เรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเป็นการแสดงของกลุ่มคนเสื้อแดงภาคตะวันออก ผู้แสดงล้อเลียนนายอภิสิทธิ์ที่หนีการเกณณฑ์ทหาร โดยมีพล.อ. เปรม คอยช่วยเหลือ จากนั้น ทอม ดันดี อดีตสมาชิกวงดนตรีซูซู ขึ้นเวทีโจมตีนายกฯ ไล่ให้ยุบสภา พร้อมชื่นชมพ.ต.ท.ทักษิณ โดยเรียก พ.ต.ท.ทักษิณว่า อาทักษิณ ตลอดการปราศรัย

-เทือกถกปชป.รับมือม็อบ

แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า วันเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคด่วน ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านใจกลางกทม. ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ไม่ได้เข้าร่วมด้วย มีเพียงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค เข้าร่วมประชุม โดยนายสุเทพ วิเคราะห์ว่า การที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศดาวกระจายวันที่ 20 มี.ค. เป้าหมายคือจะทำให้กทม.เป็นอัมพาตทั้งหมด โดยขนคนกทม.ในพื้นที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยมาร่วม ทั้งนี้ จะติดตามว่าเสื้อแดงดาวกระจายไปที่ไหนบ้าง พร้อมจัดตำรวจอำนวยความสะดวกไม่ให้การจราจรติดขัด และยืนยันว่ามีข่าวลอบสังหารนายกฯ จริง ดังนั้นช่วงนี้นายกฯ จะไม่เดินทางไปไหน จะเก็บตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์หน้านายสุเทพ บอกว่าได้จัดสถานที่ประชุมครม.เอาไว้แล้ว ซึ่งประเด็นหลักคือเสนอให้ครม.พิจารณาขยายเวลาการประกาศใช้พ.ร.บ. ความมั่นคง จากเดิมวันที่ 11-23 มี.ค. ออกไปอีก และวิเคราะห์สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มนปช. โดยเชื่อว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อออกไปอีก 1 สัปดาห์

แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ประชุมได้วิเคราะห์ว่ารัฐบาลต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าแม้จะมีการชุมนุม แต่รัฐบาลยังทำงานได้ โดยกรรมการบริหารพรรคได้เสนอนายสุเทพว่าภายในสัปดาห์หน้าจะต้องหาที่ทำงาน ใหม่ให้กับนายกฯ ให้ได้ โดยต้องไม่ใช้สถานที่ของทหารอีก และต้องจัดประชุมครม. ประชุมรัฐสภา ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนอกจากนี้รัฐบาลต้องแสดงถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่าง จริงจัง โดยจะแจ้งความดำเนินคดีในทุกกรณีที่มีการละเมิด เช่น การบุกเทเลือดที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ และบ้านนายกฯ

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังพูดถึงแนว ทางการเจรจากับแกนนำนปช. โดยเห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มถอย เปิดพื้นที่ให้จัดงานกาชาด ดังนั้นแนวทางการเจรจาน่าจะเดินไปได้

น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิฯ กล่าวว่า ขณะนี้กรรมการสิทธิฯ ได้รับการร้องเรียนแล้วว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นมีการใช้ความรุนแรง รวมถึงกรณีคนเสื้อแดงนำเลือดไปเทที่สถานที่ราชการ สถานที่ส่วนบุคคล เช่น บ้านนายกฯ แล้ว และจะดำเนินการตรวจสอบ โดยวันที่ 22 มี.ค. คณะอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิการเมืองที่มีตนทำหน้าที่เป็นประธานจะนำ เรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมพร้อมเชิญกรรมการศอ.รส. และแกนนำ นปช. มาชี้แจง

-ฟุ้งจะพักหนี้ให้ทุกครอบครัว

เวลา 20.00 น. นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.คลัง สมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ ขึ้นเวทีผ่านฟ้าร้องเพลง “กลิ่นโคนสาบควาย” ก่อนปราศรัยว่า ได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ 2 ประการ ถ้ากลับมาเป็นรัฐบาลขอสัญญากับกลุ่มคนเสื้อแดงว่าสิ่งแรกที่จะทำให้เมื่อ กลับมาคือ 6 เดือนแรก จะพักหนี้ให้กับทุกครอบครัว ครอบครัวละไม่เกิน 5 แสนบาท รัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยให้แทน ถ้าหนี้เกิน 5 แสนบาท จะส่งทนายไปปรับโครงสร้างหนี้ จะทำ 2 ล้านคนเพราะคนยากจนมาก ส่วน 6 เดือนหลังจะสร้างรายได้ให้ประชาชน รับจำนำข้าวเกวียนละ 1.2 หมื่นบาท เรื่องที่ 2 จะฟื้นโอท็อปทุกตำบล หลังถูกอำมาตย์ทำลาย พ.ต.ท.ทักษิณจะส่งเสริมเงินกองทุนหมู่บ้านให้เพิ่มขึ้น ส่งคนไปอบรมและให้มาจัดแสดงในทีวี 100 แชนเนล เปิดตลาด เช่น ดูไบ ตลาดดราก้อนมาร์ต (ตลาดมังกร) สินค้าที่นำไปขายไม่เสียค่าเช่าที่

อดีตรมว.คลังปราศรัยว่า อีกเรื่องที่จะทำคือการรักษาพยาบาล จะกลับมาดีเหมือนสมัยพ.ต.ท. ทักษิณเป็นนายกฯ และโครงการเอสเอ็มเแอล จะนำกลับมา ให้ประชาชนมาเป็นกรรมการ ส่วนโครงการชุมชนพอเพียง เป็นโครงการของอำมาตย์ บังคับให้ซื้อเพราะไม่คิดว่าประชาชนเป็นลูกหลาน เห็นเป็นทาส หากประชาชนพบโครงการชุมชนพอเพียงมีการโกงที่ไหนให้แจ้งตำรวจดำเนินคดี โครงการที่พ.ต.ท.ทักษิณทำ ไม่ต้องกู้เงินแต่จะมีเงินนักลงทุนเข้ามาให้ก่อน ไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาท ส่วนลูกหลานจะมีเงินให้เรียนหมด จบแล้วมีงานทำ

-แม้วโฟนอินจวกกก.สิทธิ์

เวลา 21.10 น. พ.ต.ท.ทักษิณวิดีโอลิงก์เข้ามายังเวทีชุมนุม กล่าวว่า ทีวีตอนนี้เสนอข่าวด้านเดียว โจมตีเสื้อแดงตลอดเวลา ทำให้นึกถึงช่วงพฤษภาทมิฬที่ใช้วิธีแบบเดียวกันคือสั่งบิดเบือนข่าว จึงอยากบอกพี่น้องกทม. ไม่ต้องไปดูข่าว ถ้าไม่มีช่องพีเพิ่ลแชนเนล ดูทางแบล็กเบอร์รี่ ทีวี ออนโมบาย หรือมาดูที่ราชดำเนินก็ได้

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ได้ข่าวนายอภิสิทธิ์ จะฟ้องตน นายอริสมันต์ นายจตุพร เรื่องเปิดคลิปเสียง ขอบคุณจริงๆ รีบฟ้องเลยจะได้พิสูจน์ เห็นกรรมการสิทธิฯ ไปนั่งแถลงข่าวในกรมราบ 11 ไปนั่งแถลงข่าวในกรมทหาร เพราะมีคนหนึ่งเป็นญาติผบ.ทร. ตอนตำรวจใช้แก๊สน้ำตากับประชาชน กรรมการสิทธิฯ ออกมาโวย แต่เวลาทหารถือเอ็ม 16 ยิงประชาชน จิกหัวผู้หญิง ไม่โวย กลายเป็นองค์กรฝักถั่ว แบบนี้บ้านเมืองถึงแตกแยกเพราะองค์กรที่ควรเป็นกลาง กลางไม่เป็น แต่เป็นกลางหัวใจอำมาตย์

จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ย้ำเรื่องการขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ ของนายอภิสิทธิ์ ว่าไม่ถูกตั้งแต่ต้น จนทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะต้องยืมจมูกพรรคร่วม แถมปอดให้อีก นอกจากนี้ รัฐบาลยังไม่มีเมตตาธรรม ไม่มีความยุติธรรมในฐานะผู้ปกครองประเทศ และล้มเหลวในการบริหารงานบุคคล โดยเฉพาะเรื่องตำรวจ ปัญหาอีกเรื่องคือไม่มีศรัทธาจากประชาชน ถามว่าอยู่ทำไมเริ่มต้นใหม่ดีกว่า จะได้สิ้นสุดวงจรปฏิวัติ

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงเน้นโจมตีรัฐบาลไม่ให้ความช่วยเหลือคนจน เช่น กล่าวหาธนาคารฮั้วดอกเบี้ยปล่อยกู้ให้กับบริษัทใหญ่ๆ ไม่ปล่อยให้คนตัวเล็ก เงินไม่กระจายสู่คนขนาดกลาง เล็ก และจิ๋ว ถ้าตนได้กลับไปมั่นใจว่าทำทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย การทำมาหากิน การเข้าหาแหล่งทุน สร้างผู้ประกอบการใหม่ วันนี้พี่น้องนั่งเฉยไม่ได้แล้ว ไม่ได้รับความยุติธรรมและจะไม่ได้รับการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม ต้องมาร่วมชุมนุมที่ถนน ราชดำเนิน ต่างจังหวัด กทม. ถ้ามาได้มา เราจะสู้จนกว่ารัฐบาลจะคืนอำนาจให้ประชาชน ถ้าจะพัฒนาประเทศอำมาตย์ต้องวางมือ

ขอบคุณภาพและข่าว

Facebook comments:

แสดงความคิดเห็น

  1. Martin says:

    รักในหลวง

แสดงความคิดเห็น

What is 15 + 5 ?
Please leave these two fields as-is:
IMPORTANT! To be able to proceed, you need to solve the following simple math (so we know that you are a human) :-)